(Fic-ChanHo) I'm Yours - 05
posted on 19 Feb 2012 11:45 by psychoromance in channuneoTitle: I'm Yours
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: ChansungxJunho
Rate: PG - NC
Genre: -
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: ChansungxJunho
Rate: PG - NC
Genre: -
05
ทุกครั้งที่เข้าใกล้ ผมอยากสัมผัสเนื้อกายหอมเย้ายวนนั่น อยากลิ้มรสความหวานที่ทำให้คลั่งใคล้ อยากทำทุกทางที่จะปลดปล่อยความต้องการของตนเองให้เป็นอิสระ
ทว่าต่อให้ได้สัมผัสเขาสักเท่าไหร่ กลืนกินเขาสักแค่ไหน ผมก็ไม่เคยรู้สึก เพียงพอ เลยสักครั้ง
อีจุนโฮ... เขาเป็นคนทำให้ผมกลายเป็นแบบนี้ ผมหวังว่าเขาจะรับผิดชอบมัน...
ทุกครั้งที่เข้าใกล้ ผมอยากสัมผัสเนื้อกายหอมเย้ายวนนั่น อยากลิ้มรสความหวานที่ทำให้คลั่งใคล้ อยากทำทุกทางที่จะปลดปล่อยความต้องการของตนเองให้เป็นอิสระ
ทว่าต่อให้ได้สัมผัสเขาสักเท่าไหร่ กลืนกินเขาสักแค่ไหน ผมก็ไม่เคยรู้สึก เพียงพอ เลยสักครั้ง
อีจุนโฮ... เขาเป็นคนทำให้ผมกลายเป็นแบบนี้ ผมหวังว่าเขาจะรับผิดชอบมัน...
*:.。. ❀ *゚01゚*❀ .。.:*
“จุนโฮ... อย่าแกล้งกันอีกเลยได้ไหม ฉันยอมแพ้นายแล้ว...”
ผมหายใจหอบ สายตาก้มมองคนตรงหน้าที่มักจะทำให้รู้สึกไม่อยากควบคุมตัวเองอีกต่อไป จุนโฮมักจะทำให้ผมต้องการเขามากเกินกว่าจะหักห้ามใจตนเองได้โดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวสักครั้งว่าเป็นคนทำให้ผมกลายเป็นคนไม่รู้จักพอ
เราสองคนจ้องมองกันและกันอยู่อย่างนั้น ร่างกายบดเบียดกันอยู่ภายใต้ห้องแคบๆนั่น คนตาเล็กยังคงไม่เอ่ยอะไรออกมา หากแต่เขาก็กอดตอบผมเสียแน่น แนบกายตนเองอิงแอบกับแผ่นอกผมไว้ราวกับกำลังพยายามหาที่พักพิง เขาค่อยๆก้มลงแนบใบหูไว้กับอกด้านซ้ายผม
ปฏิกิริยาของจุนโฮทำให้หัวใจผมเต้นแรง จนร่างกายก็ชักจะสั่นเทิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ผมต้องการคนตรงหน้ามากเสียจนไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะต้องการใครได้มากเท่านี้อีกหรือไม่ เขาไม่ควรเอ่ยห้ามผมตั้งแต่แรก หรือไม่แล้ว บางทีเขาอาจจะไม่ควร ยอมจูบกับผมตั้งแต่แรก
ผมช้อนใบหน้าร่างเล็กให้กลับเงยขึ้นมอง เริ่มไล่จูบไปตามแต่ละส่วนของเขาอีกครั้ง ทั้งหน้าผากที่มีไรผมเปียกเคลือบติดเปลือกตาเล็กที่ออกบวมช้ำ ปลายจมูกน่ารักได้รูป และแก้มแดงระเรื่อทั้งสองข้าง ทุกส่วนไม่มีเว้นแม้แต่ที่ ริมฝีปาก
แม้จะรู้สึกเจ็บแสบตรงรอยแผลที่เขาฝากไว้ และรับรู้ได้ถึงรสชาติคาวของเลือดตนเองที่ซึมออกมา ผมก็ยังไม่อยากหยุดอยู่แค่นี้ ผมยังอยากบดขยี้ที่ริมฝีปากอิ่มนั่นซ้ำๆ กลืนกินเรียวลิ้นหวานนั่นจนกว่าคนตรงหน้าจะติดใจในรสชาติของผมบ้าง
และเขาจะต้องไม่คิดอยากถอยห่างจากผมอีก
ผมรุกเร้าต่อเนื่องโดยไม่ยอมปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้หายใจหายคอ จนจุนโฮต้องลงมือฝังคมเล็บไว้ที่หลังคอเพื่อเตือนสติ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่สามารถหยุดตนเองได้ ผมเดินหน้าต่อ คืบเคลื่อนสัมผัสจากริมฝีปากไล่ลงมายังปลายคาง สู่ลำคอชื้นเหงื่อ
รสชาติเค็มเปร่าติดอยู่ที่ลิ้น หากแต่มันก็หวานเสียจนต้องลิ้มรสซ้ำแล้วซ้ำอีก ริมฝีปากผมไล่จุมพิตไปตามแนวกระดูกไหปลาร้า สองมือนวดเฟ้นไปตามเอวและแผ่นหลังคนตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาดึงคอเสื้อเขาให้เผยเห็นเนื้ออกขาวเนียน
พอเห็นแล้ว ก็อยากทำให้มันเกิดร่องรอยบางอย่างเสียจริง
ปลายลิ้นลากต่อเนื่อง จากแอ่งกระดูกตรงลำคอ ไปยังเนื้ออกด้านซ้าย แทบจะรู้สึกถึงชีพจรเจ้าของร่างที่กำลังเต้นถี่ยามลิ้มรสชาติคุ้นเคย ผมจัดการดูดเม้มเนื้อขาวเข้าไปในปาก ขบแนวฟันลงเล็กน้อย และดุนดันจนมันเกิดรอยแดง ซ้ำๆ
“ทำให้บ้างได้ไหม?”
ผมเอ่ยขณะที่ผละใบหน้าออก ปลายนิ้วชี้ไปยังแผ่นอกของตนเองเป็นเชิงสื่อว่าผมอยากให้จุนโฮทำแบบเดียวกัน ให้บ้าง จุนโฮก้มลงทิ้งรอยจูบไว้โดยไม่พูดอะไร หากแต่เขาไม่ทำเปล่า ยังออกแรงฝาก รอยกัด เอาไว้อีกด้วย
“รสนิยมแปลกจริงนะนาย”
ที่พูดไม่ได้เป็นเพราะโกรธหรือรังเกียจ หากแต่ก็แค่สงสัยในรสนิยมคนตรงหน้านี้นิดหน่อยเท่านั้นว่า อีจุนโฮเป็นพวกชอบทำร้ายคนอื่นหรือไง?
“แล้วทนได้ไหมล่ะ?”
“ได้ แต่จะให้ทนไม่จูบนายอีกน่ะ อย่าหวัง”
ผมไม่สนใจทู่ซี้ถามเรื่องอื่นต่อ จัดการดึงร่างจุนโฮให้เข้ามารับจูบอีกครั้ง และการตอบรับของเขาครั้งนี้ ผมจะถือว่ามันเป็นการ ตกลง ว่าเขาจะไม่มีทางสั่งห้ามผมอีกต่อไป
และหากเขาคิดจะเลิกอีกเมื่อไหร่ รู้ไว้ว่าผมไม่มีวันยอมแน่
เราสองคนจูบกันจนหมดเวลาพัก ยังไม่มีใครได้ทานข้าวหรือน้ำสักหยด ทว่าเราก็ต้องรีบกลับเข้าห้องซ้อมก่อนจะเลยเวลาไปมากกว่านี้ และทันทีที่เดินเข้ามา ไอ้แก้มป่องจางอูยองเริ่มจ้องมองทั้งผมและจุนโฮแปลกๆ
กว่าจะรู้ว่าหมอนั่นมองผมอย่างนั้นเพราะอะไร ก็ตอนที่เขาเข้ามาทำยักคิ้วหลิ่วตากวนโอ๊ยให้นั่นแหละ “ท้องร้องโคตรดังเลยว่ะชานซอง กินเลือดมาแล้วไม่ใช่เรอะเมื่อกลางวัน ฮ่าๆๆๆๆๆ” พูดด้วยสีหน้ากวนๆไม่พอ จางอูยองยังชี้มือไปที่ ปากและรอยแดงแถวอกผม อีกด้วย
“.......”
มันน่าเตะโด่งออกนอกห้องชะมัด อยากรู้จริงๆว่าจะมีใครทนความกวนโอ๊ยของเจ้านี่ได้บ้าง ผมเลิกต่อปากต่อคำเขา ตัดสินใจรีบเดินไปหาจุนโฮเพื่อเอ่ยถามบางอย่างที่ตั้งใจจะพูดตั้งแต่เมื่อ กลางวันแต่ยังไม่มีโอกาส มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ผมอยากไปค้างห้องเขาคืนนี้นั่นแหละ
“จุนโฮ...”
คนตาเล็กหันกลับมาตามเสียงเรียก หน้าตาเขาดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
“เลิกแล้วไปกินข้าวกัน แล้วก็...” ผมเอ่ยทิ้งช่วงอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ทว่าสุดท้ายก็ตัดสินใจพูดมัน “วันนี้ฉันไปค้างที่ห้องนายได้ไหม...?”
“.....”
จุนโฮนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ผมจึงเฝ้ารอคำตอบด้วยใจที่ร้อนรนมากกว่าเดิม แต่ละวินาทีที่ผ่านมันช่างดูยาวนานอย่างเหลือเชื่อ ผมไม่อยากให้เขาปฏิเสธ หากแต่ก็ไม่กล้าตามตื๊อเขาที่ทำสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
“ได้...”
เจ้าของดวงตาเล็กเอ่ยออกมาสั้นๆ แล้วเดินแยกออกไป ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยความรู้สึกทรมานที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความทรมานที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยจริงๆ
*:.。. ❀ *゚02゚*❀ .。.:*
ก่อนกลับหอ เราสองคนแวะทานร้านอาหารข้างทางแถวบริษัทโดยที่ไม่พูดอะไรกันสักคำ ผมรู้สึกอึดอัด ทว่ามันก็ยังน้อยกว่าความหวาดหวั่นในใจที่เกิดขึ้น ซึ่งผมเองก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไรกันแน่ ผมรู้แค่ว่าจุนโฮเป็นเพียงตัวแปรเดียวที่จะทำให้ความหวั่นใจนี้ หายไป หรือ ชัดเจนขึ้น เท่านั้น
หลังทานอาหารเสร็จสิ้น ผมก็เดินกลับกับจุนโฮในเส้นทางสายประจำที่ใช้กันบ่อยๆ เส้นทางนี้ค่อนข้างมืดมิดไร้แสงไฟ ยิ่งใกล้ฤดูหนาวทีไรแถวนี้ก็จะมืดเร็วกว่าปกติ นานๆครั้งถึงจะเห็นแสงไฟสีส้มตามทางเดินส่องให้พอเห็นรอบข้างบ้าง
“คิดถึงหน้าร้อนเนอะนายว่ามั้ย ที่มีช่วงกลางวันยาวๆหน่อย”
จุนโฮเอ่ยขึ้นระหว่างที่เราเดินกันเงียบๆ ผมพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะดึงเขาเข้ามาโอบคอไว้ ตอนนี้ผมพยายามจะทำตัวให้เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ผมรู้ว่าบางอย่างมันเริ่มจะไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่ว่าจะตัวผม หรือจุนโฮเองก็ตาม
ไม่นานนักเราก็กลับมาถึงหอพัก จุนโฮเป็นฝ่ายตรงเข้าไปอาบน้ำ ส่วนผมก็นั่งแหมะอยู่หน้าทีวี โดยไม่ได้เปิดมันดูแต่อย่างใด กลับเอาแต่นั่งฟังเสียงสายน้ำไหลดังออกจากห้องน้ำอย่างเหม่อๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที จุนโฮก็เดินออกมาแล้ว
จุนโฮสวมกางเกงวอร์มขายาว หากแต่เนื้อตัวช่วงบนยังเปลือยเปล่า เผยให้เห็นรอยจ้ำๆแดงๆที่ถูกฝากไว้เมื่อกลางวัน และเพียงแค่เห็นเท่านั้น ท้องไส้ผมก็เริ่มปั่นป่วนอย่างไม่น่าให้อภัย ผมจึงรีบลุกขึ้นตรงเข้าห้องน้ำไปทันที
“เดี่ยวก่อนชานซอง”
เจ้าของนิ้วมืออุ่นคว้าต้นแขนผมไว้ แล้วเอ่ยตามมาอีกเป็นชุด
“ฉันรองน้ำอุ่นไว้ จะแช่ก็ได้นะ แต่แช่ก็ดีเพราะวันนี้อากาศหนาว แล้วถ้าจะแช่จริงๆก็อย่าถูสบู่หรือสระผมข้างในอ่างล่ะ”
“......”
“เข้าใจ ที่พูดใช่ไหม?” จุนโฮบีบแขนผมเล็กน้อยเพื่อเค้นคำตอบ ผมรีบพยักหน้าพลางส่งยิ้มแห้งๆให้ แล้วตรงดิ่งเข้าห้องน้ำโดยไม่หันกลับมามองอีก
ผมทำตามที่จุนโฮบอกทุกอย่าง ถูสบู่และสระผมนอกอ่าง แล้วค่อยลงไปแช่น้ำ แล้วพอก้าวขาลงไปนั่งข้างใน น้ำอุ่นก็เริ่มกระฉอกออกจากขอบ ผมจึงต้องนั่งคู้ตัวนิ่งๆไว้ชั่วครู่เพื่อให้น้ำหยุดกระเพื่อมไหว สายตาพลางมองลูกเป็ดยางสีเหลืองลอยไปลอยมา
อ่างน้ำในนี้มีขนาดเท่ากับครึ่งนึงของอ่างน้ำทั่วไป คงเพราะที่นี่เป็นห้องพักเล็กๆ ขนาดของในห้องจึงเหมาะสำหรับคนแค่คนเดียว พอมีคนสองคนเข้ามาอยู่ด้วยกันแล้วทุกอย่างก็ดูคับแคบไปทันตา แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกอึดอัดอะไรหรอก ออกจะคิดว่ามันก็อบอุ่นดีด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเวลาหน้าหนาวแบบตอนนี้
ไอน้ำสีขาวลอยคลุ้งเต็มห้อง หยาดน้ำเกาะพราวตามม่านกั้นและผนังจนทั่ว นานๆครั้งได้แช่น้ำอุ่นก็ทำให้ผ่อนคลายดีเหมือนกัน ยิ่งน้ำในอ่างมีกลิ่นหอมวานิลลานิดหน่อย ก็ยิ่งทำให้รู้สึกสบายขึ้นกว่าเดิม จุนโฮคงใส่ผงอาบน้ำลงไปตามปกติ ทว่าน้ำที่ส่งกลื่นหอมอ่อนๆวันนี้ มันทำให้ผมเริ่มคิดถึงบางอย่างที่ไม่ควรคิดขึ้นมาเสียได้
ผมรีบดำลงไปอยู่ใต้น้ำ เผื่อว่าความคิดบ้าๆจะออกไปจากหัว ทว่าเหมือนยิ่งทำ ภาพที่ไม่ควรคิดก็ยิ่งลอยมาเป็นฉากๆ...
ก่อนหน้านี้ จุนโฮก็ได้แช่ร่างกายเปลือยเปล่าอยู่ในอ่างน้ำนี้เหมือนกัน...
บ้าชะมัด... ดันคิดอะไรไม่เข้าท่า ขนาดกลั้นหายใจสุดๆแล้วก็ยังไม่เลิกคิด ถึงขนาดที่ ตรงนั้นของผมมัน...
เวรแล้วไง!!!
พรวดดดดด!!!
ผมเด้งศีรษะขึ้นจากผิวน้ำทันทีที่รู้สึกว่าชักจะควบคุมตัวเองไว้ไม่ไหว จู่ๆไอ้น้องชายผมมันดันตื่นขึ้นได้ เลยต้องรีบพาตัวเองไปที่ชักโครกก่อนที่อะไรๆมันจะสายเกินไป แต่ผมดันลุกออกจากอ่างไม่ทันเนี่ยสิ...
“......”
ถึงกับต้องกุมขมับเลยทีเดียวเมื่อเห็นสภาพในอ่าง จะปล่อยทิ้งไว้ให้จุนโฮเห็นก็ไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจหยิบสบู่แชมพูมาผสมให้เกิดฟองแล้วเทใส่เพื่อกลบเกลื่อน โดนเขาด่าไปสามวันก็ดีกว่าให้มาเห็นอะไรแบบนี้นั่นแหละ
อดคิดไม่ได้ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวผมกันแน่? ทำไมถึงคิดอะไรสัปดนแบบนั้นได้ก็ไม่รู้ นึกแล้วก็เครียดชะมัด
ผมทำเป็นเดินออกจากห้องน้ำเหมือนไม่มีอะไรผิดแปลกเกิดขิ้น รีบใส่เสื้อผ้าก่อนจะวิ่งไปซุกตัวนอนที่พื้น แต่แล้ว...
“ไม่เช็ดผมก่อนนอนล่ะ”
จุนโฮเอื้อมมือมาสะกิดเบาๆ ก่อนจะลุกเดินไปยังราวแขวนผ้า สายตาผมจับจ้องที่เขาตลอด เฝ้ามองทุกการกระทำ ร่างเล็กลองจับผ้าขนหนูอยู่หลายผืน และเลือกหยิบผืนที่แห้งสนิทกลับมา
“เขยิบมาใกล้ๆสิชานซอง” จุนโฮเอ่ยขึ้นเมื่อเดินกลับมานั่งลงที่ขอบเตียง
ผมขยับตัวเข้าใกล้เขา เงยหน้ามองจุนโฮที่นั่งอยู่ด้านบน เขาไม่ได้ยิ้ม หากแต่ทุกการกระทำของเขาก็ยังดูอ่อนโยนเหมือนที่เคยเป็นอยู่ประจำ คนตาเล็กเริ่มใช้ผ้าขนหนูไล่เช็ดจากปลายผมที่เปียกชื้นให้ เขาไม่เร่งเร้า ค่อยๆนวดเฟ้นศีรษะให้ผมเบาๆ และเช็ดหยดน้ำในหูให้ด้วย
จู่ๆริมฝีปากผมเริ่มสั่นเทิ้ม พยายามจะคิดว่ามันเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็น ไม่ใช่เพราะ สิ่งอื่น
“อากาศหนาวแล้ว ถ้าไม่เช็ดผมก่อนนอน เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ดูสิ ปากสั่นเลยเห็นไหม” เขายิ้ม
“......”
“วันนี้นอนบนพื้นด้วยได้ไหม?” คนตาเล็กถามต่อ
“ห้องนาย จะนอนตรงไหนก็ไม่เห็นต้องมาขอคนอาศัยแบบฉันเลยนี่”
ผมตอบ จุนโฮทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น ขยับตัวเข้าใกล้ผมมากขึ้น ฝ่ามืออุ่นๆคืบเคลื่อนมาสัมผัสยังใบหน้า และลากไล้ปลายนิ้วเรียวมาหยุดที่ ร่องรอยบาดแผลตรงริมฝีปาก
“เมื่อกลางวัน เจ็บไหม?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล
“......”
“ขอโทษนะ...”
“ไม่เจ็บหรอก ให้จูบนายอีกทั้งคืนก็ยังไหว”
ดูท่าเขาจะรู้สึกผิดมาก ผมจึงทำเป็นพูดติดขำ แล้วแนบหน้าผากตนเองไว้กับหน้าผากจุนโฮชั่วครู่ บางทีการสัมผัสกันและกันแบบนี้ อาจจะสามารถช่วยทำให้การสื่อสารอะไรหลายๆอย่างระหว่างเราดีขึ้นกว่าการ เอื้อยเอ่ยคำพูดใดๆ
ใบหน้าผมโน้มลง ประทับสัมผัสลงที่ริมฝีปากจุนโฮเพื่อยืนยันสิ่งที่บอก มันเป็นเรื่องจริงที่ผมไม่ได้รู้สึกเจ็บแผล แต่ผม เจ็บที่ส่วนอื่นมากกว่า ก็เท่านั้น
จุนโฮตอบรับผม เขาใช้สองมือโอบรอบคอผมไว้ และปล่อยให้ผมแทรกลิ้นเข้าไปลิ้มรสในโพรงปากเขาได้โดยง่าย ตอนนี้อารมณ์ผมเริ่มจะเตลิดอีกครั้ง ผมไม่มั่นใจว่าตนเองตัดสินใจถูกหรือไม่ที่ทำแบบนี้ หากแต่ผมก็หยุดตัวเองไม่ได้
ผมไม่สามารถหยุดความต้องการของตัวเองที่มีต่อจุนโฮได้
ผมรวบตัวจุนโฮให้มาแนบชิดกับผมมากขึ้น จนเนื้อตัวเราแนบสนิทกัน ทุกส่วนที่สัมผัส ผมรู้สึกได้ถึงไออวลความร้อนจากผิวกายเขาที่ส่งผ่านมายังผม ไม่ว่าจะแผ่นอกบางที่กระเพื่อมไหว สองแขนที่โอบกอด และลมหายใจที่รดสัมผัสอุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างของจุนโฮทำให้ผมคลุ้มคลั่ง
คนตรงหน้าดุนลิ้นผมและกลืนกินมันเข้าไปลึกขึ้น ลมหายใจของผมจึงถูกเขาดูดกลืนเข้าไปด้วย เขาตวัดลิ้นวนรอบลิ้นผมช้าๆ แล้วดันมันกลับเข้ามา คราวนี้ผมกลายเป็นฝ่ายดูดกลืนลมหายใจของเขาแทน
เสียงครางอู้อี้ดังอยู่ในลำคอจุนโฮ แต่แล้วเขากลับเลื่อนฝ่ามือที่เคยโอบรอบคอผมมาวางไว้ที่บ่า แล้วดันผมให้ถอยห่างออกไป...
ผมจึงผละหน้าออกด้วยความไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก
จุนโฮกำลังทำสีหน้าคร่ำเครียด ริมฝีปากที่ยังช้ำอยู่เม้มเป็นเส้นตรง เขาดูชั่งใจว่าจะเอ่ยสิ่งที่คิดออกมาดีหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายเขาก็พยายามเค้นคำพูดให้หลุดออกมา
“ชานซอง...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดห้วง...
ความรู้สึกเย็นยะเยือกไล้ปะทะต้นคอ มันเป็นความหวาดผวาอย่างไม่มีสาเหตุ ผมหลับตา ภาวนาอ้อนวอนไม่ให้จุนโฮเอ่ยอะไรที่ผมไม่อยากให้เอ่ย
“ว่าไง...” ผมกลั้นใจถาม
“ฉันขออะไรนายอย่างได้ไหม?”
“......”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ช่วยเป็นเพื่อนกับฉันตลอดไปได้ไหม?”
“......”
“สัญญากับฉันได้ไหมชานซอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายจะยังเห็นฉันเป็นเพื่อนตลอดไป?”
จุนโฮขยำเสื้อผมแน่น เขากำลังเฝ้ารอคำตอบจากผม รอคอยผมด้วยความหวัง นัยย์ตาเล็กเริ่มรื้นน้ำใสเมื่อผมยังนิ่งเงียบ...
“ได้... ฉันสัญญา...”
ทั้งๆที่อากาศออกจะหนาวเหน็บ ทว่าเม็ดเหงื่อกลับซึมออกจากร่างไม่หยุด ผมกำมือเปียกชื้นของตนเองแน่น ตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกตัวว่าได้เอื้อนเอ่ยคำสัญญาในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็ ไม่อาจแน่ใจ ว่าจะทำได้ออกไปแล้ว
“ฉันเชื่อนายได้ใช่ไหม? นายจะไม่ทิ้งฉันใช่ไหมชานซอง?”
จุนโฮเขย่าร่างผม เขายังคงต้องการความมั่นใจมากกว่านี้ มั่นใจว่าผมจะรักษาสัญญาให้เขาได้
“แน่นอน... ตั้งแต่รู้จักกันมา ฉันเคยปฏิเสธที่นายขอจริงๆจังๆสักครั้งไหม?”
อีกฝ่ายเริ่มยิ้มออกเมื่อได้ยิน เขาดึงผมเข้าไปกอดจนแน่น แนบใบหูไว้ที่อกข้างซ้ายผมอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้าย “นายเป็นเพื่อนรักฉันนะชานซอง”
"......"
ชั่ววินาทีนั้นผมเกิดสงสัย ว่าจุนโฮจะได้ยินเสียงกรีดร้องจากสิ่งที่กำลังเต้นถี่แรงในอกนั่นหรือไม่ มันกำลังกรีดร้องเพราะต่อต้านคำสัญญาของตัวเอง ที่อาจกลายเป็นคำหลอกลวงคำโต
เพื่อนรัก... ใช่ผมเคยคิดว่าผมกับจุนโฮเป็นอย่างนั้น และเคยคิดว่าเราจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป หากแต่ผมก็ได้เดินมาไกลเกินไปแล้ว มาไกลเกินกว่าที่ผมจะถอยย้อนกลับได้อีก
แต่ผมจะพยายามคิดในแง่ดี คำสัญญาที่ให้กับจุนโฮ บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันบางสิ่งบางอย่างไม่ให้เกิดขึ้นก็ได้
บางสิ่งบางอย่าง ที่อาจทำลายความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ให้แหลกสลายลง
เพื่อนรัก... ใช่ผมเคยคิดว่าผมกับจุนโฮเป็นอย่างนั้น และเคยคิดว่าเราจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป หากแต่ผมก็ได้เดินมาไกลเกินไปแล้ว มาไกลเกินกว่าที่ผมจะถอยย้อนกลับได้อีก
แต่ผมจะพยายามคิดในแง่ดี คำสัญญาที่ให้กับจุนโฮ บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันบางสิ่งบางอย่างไม่ให้เกิดขึ้นก็ได้
บางสิ่งบางอย่าง ที่อาจทำลายความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ให้แหลกสลายลง
TBC
Writer Talk: มีใครยังตามเรื่องนี้อยู่อีกมั้ย??
Writer Talk: มีใครยังตามเรื่องนี้อยู่อีกมั้ย??
Tags: channuneo4 Comments

#1 By redberrylips on 2012-02-19 16:07