(SF-ChanHo) My Doctor - 02
posted on 01 Feb 2012 04:08 by psychoromance in channuneoParing: Chansung x Junho
Rate: PG - NC
Genre: Romantic Comedy
1
“วันนี้คุณหมอจุนโฮ... รักษาคนไข้ที่วอร์ด... แล้วก็ไปทานข้าวกับคุณหมอดูจุน...”
สายตาผมคอยจับจ้องไปที่ภาพของคนตาเล็ก ส่วนสมองก็บันทึกข้อมูลไปเรื่อยๆ
Stalker จะเรียกผมอย่างนั้นก็ได้ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะนับตั้งแต่ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ในหัวผมก็มีแค่ คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย คุณหมอ เจ้าชาย... เท่านั้น...
ก็จะไม่ให้คิดถึงแต่เขาได้ยังไง ในเมื่อเวลาหลายเดือนที่ผมหลับไป สิ่งที่ผมรับรู้อยู่ตลอดเวลาก็คือเขา วันคืนที่มีเขาอยู่ข้างๆ มีเขาคอยให้ความอบอุ่นอย่างที่ผมไม่เคยได้รับจากใคร คงเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้ผมกลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อ คุณหมอเจ้าชาย...
ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้มีชีวิตเพื่อตัวเองแล้วหรอกนะครับ แต่ผมหมายถึงว่า ผมอยากจะทำให้เขามีความสุข ให้สมกับที่เขาเองก็ทำให้ผมรู้จักคำว่าความสุขเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโลกก่อนที่ผมจะตื่นขึ้นหรือว่าตอนนี้ เขาก็ทำให้ผมมีความสุขได้เสมอ
ช่วงเวลาที่ผมเพิ่งตื่นขึ้น การแยกโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝันออกจากกันมันค่อนข้างจะยากสักหน่อย เพราะสิ่งที่ผมรู้สึกได้ในช่วงที่นอนอยู่นั้นมันยังคงตกค้างอยู่ในหัวตั้งแต่ลืมตา โดยเฉพาะเรื่องของคุณหมอจุนโฮ
ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าตกลงสิ่งที่ผมฝันระหว่างที่หลับมันเป็นฝัน หรือเป็นเรื่องจริงกันแน่ เพราะเสียงของคุณหมอมันช่างเหมือนกับเสียงที่ผมได้ยินอยู่ตลอดไม่มีผิดเพี้ยน เพราะงั้นทันทีที่ผมเห็นเขาล้มลง ผมรู้แต่เพียงว่าผมจะต้องรีบเข้าไปช่วยเขาให้ได้ แต่ผมก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้นอกจากมองเขาหลับไปทั้งอย่างนั้น ผมรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นมันทรมานยิ่งกว่าการที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเสียอีก
พอมาถึงโรงพยาบาล ผมก็ได้รู้ว่าตัวเองหลับไปนานหลายเดือน โดยมีคุณหมอจุนโฮช่วยดูแลผมอยู่ตลอดอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ ผมจึงอยากจะหาทางตอบแทนเขาเสียหน่อย แต่เขาก็หลบผมตลอดเวลา กว่าจะได้เจอเขาแบบจังๆเวลาก็ผ่านไปหลายอาทิตย์เลย แต่นั่นผมก็ต้องพยายามตามเขาอย่างมากเชียวล่ะ ก็คุณหมอน่ะ วิ่งเร็วเป็นบ้า เขาคงโกรธผมมากที่ช่วยเขาไม่ได้จนอยากจะหนีผมไปให้ไกลแน่ๆ แต่ผมก็ยังไม่ลดละความพยายาม ผมหาทางที่จะเข้าใกล้เขาให้ได้อยู่ตลอด จนวันนึงโชคก็เข้าข้างผม ให้คุณหมอเดินมาส่งผมที่ห้อง
ตอนนั้นผมรู้สึกดีใจมาก ผมอยากจะคุยกับเขาหลายเรื่อง อยากจะบอกเขาว่าผมรับรู้ได้ทุกเรื่องที่คุณหมอทำให้ผม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่คุณหมอพูด หรือว่าสัมผัสของคุณหมอ ทุกอย่างมันยังคงติดแน่นอยู่ในความทรงจำ แต่พูดไปเขาก็คงไม่รับฟัง เพราะเขายังโกรธผมอยู่ ผมเลยตัดสินใจที่จะทำให้เขารับรู้สิ่งที่ผมรู้สึกผ่านสัมผัสแบบเดียวกับที่เขามอบให้ผมบ้าง
และทันทีที่ริมฝีปากเราประทับกัน ผมก็รู้สึกได้ถึงรสชาติที่คุ้นเคย รสชาติที่นุ่มละมุนละไมและหวานจนทำให้ผมคลั่ง คุณหมอจะจำได้หรือเปล่าว่าเขาเคยบอกให้ผมตอบรับเขา แล้วตอนนี้ผมก็สามารถตอบรับคุณหมอได้แล้ว คุณหมอจะดีใจไหมที่หลังจากนี้ผมจะเป็นฝ่ายทำทุกอย่างให้เขาบ้าง
แต่ดูเหมือนว่าคุณหมอจะไม่อยากรับความรู้สึกของผมเอาไว้เลย เขาเอาแต่หลบหน้า แถมยังสั่งห้ามผมเข้าใกล้เขาเกินสิบเมตรด้วย ไม่งั้นแล้วเขาจะโกรธแล้วก็เกลียดผมจนวันตาย
จะมีทางไหนที่ทำให้ผมได้เข้าใกล้คุณหมอ โดยที่ไม่ทำให้เขาโกรธได้บ้างไหมนะ? หรือว่าผมต้องรอเวลาให้คุณหมอหายโกรธไปเอง แล้วช่วงที่ผมต้องรอให้เขาหายโกรธ ผมจะทำยังไงล่ะ ผมอยากเจอ อยากคุย อยากเข้าใกล้เขาใจจะขาด แต่เอาเถอะ ระหว่างที่ผมต้องหาทางคิดวิธีทำให้คุณหมอเปิดใจ ผมก็แอบมองเขาไปแทนก่อนก็ได้ อย่างน้อยวิธีนี้ก็พอทำให้ผมหายคิดถึงเขาได้บ้าง
เห้ออ.... คุณหมอจะรู้รึเปล่า ว่าไม่ทันไรผมก็คิดถึงคุณหมออีกแล้ว
...
........
"จุนโฮ อย่าคิดมากนะ นายทำดีที่สุดแล้ว"
ตอนนี้ผมกำลังแอบอยู่ที่มุมทางเดินเพื่อฟังบทสนทนาระหว่างคุณหมอหัวหน้ากับเจ้าชายของผมคุยกัน ผมรู้มาว่ามันเป็นครั้งแรกที่คุณหมอจุนโฮได้เป็นคนคุมเคสผ่าตัดใหญ่ของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหนัก ทำให้เขารู้สึกประหม่าจนตัดสินใจได้ไม่เฉียบขาดเท่าหมอที่มีประสบการณ์สูงๆ และสุดท้าย คนไข้คนนั้นก็เสียชีวิตลง
"ผม… ผมน่าจะช่วยเขาได้ ถ้าผมตัดสินใจเร็วกว่านี้อีกนิด เขาก็คง..."
ดูเหมือนคุณหมอจุนโฮเริ่มจะมีสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สีหน้าเขาดูสลดและเสียใจมาก ผมรู้ว่าเขาเป็นคนที่ทุ่มเทให้คนไข้มากแค่ไหน แล้วยิ่งมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ความมั่นใจของเขาแทบจะหมดไปเลยทีเดียว
"จุนโฮ คนไข้คนนั้นก็อาการหนักมากอยู่แล้ว พี่รู้ว่านายพยายามที่สุดแล้ว ให้ครั้งนี้เป็นประสบการณ์ให้นายก้าวต่อไปเถอะ"
คุณหมอหัวหน้าพยายามจะปลอบใจ แต่เจ้าชายของผมก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยวางได้ เขายังเอาแต่โทษตัวเองที่ยื้อชีวิตของคนไข้คนนั้นไว้ไม่ได้อยู่ซ้ำๆ และแล้วเขาก็ร้องไห้ออกมา...
"พี่หมอ... ถ้าเป็นพี่พี่ก็คงช่วยเขาไว้ได้ ผมน่าจะให้พี่คุมเคสนี้จริงๆ"
คุณหมอพูดไปด้วยน้ำเสียงสะอื้น ผมไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแบบนี้จากเขาเลย นี่เขาคงเสียใจมาก ผมไม่อยากให้เขาเศร้าแบบนี้จริงๆ ถ้าไม่ติดว่าผมโดนสั่งห้ามเข้าใกล้เขาตั้งแต่ที่เขามาส่งผมที่ห้องคนไข้แล้วละก็ ผมจะรีบตรงไปกอดเขาเอาไว้ไม่ปล่อยไปไหน
"ไม่เอาน่า ยังมีคนไข้อีกเยอะรอให้นายช่วยนะ... นี่... อย่าร้องไห้สิ เข้มแข็งไว้จุนโฮ"
สุดท้ายก็เป็นคุณหมอหัวหน้าที่เป็นคนได้ปลอบใจเจ้าชายของผมแทน นี่ผมจะต้องทำยังไงเพื่อให้ได้ไปอยู่ตรงนั้นโดยที่คุณหมอไม่โกรธผมนะ? ตอนนี้ที่ผมทำได้ก็แค่แอบตามเขาอยู่ห่างๆโดยไม่ให้เขารู้ตัวเท่านั้น เพราะถ้าเขารู้ว่าผมเข้าใกล้เขาเกินสิบเมตรเมื่อไหร่ คุณหมอจะโกรธแล้วก็รีบวิ่งหนีผมไปเลย เพราะงั้นการแอบมองเขาอยู่แบบนี้ก็ยังดีกว่า ถึงจะไม่ได้สัมผัสหรือแตะต้องเขาก็ตามที
แต่ความคิดถึงของคนเราบางทีมันก็ต้องหาทางระบายเหมือนกันนะครับ ผมเลยหาทางแอบเข้าไปนั่งเก้าอี้ทำงานของคุณหมอ หยิบของในลิ้นชักออกมาดูให้หายคิดถึงบ้าง แอบใส่เสื้อกาวน์ของคุณหมอที่แขวนไว้บ้าง แอบเอากุญแจบ้านเขาไปก๊อปปี้บ้าง ก็อย่างน้อย... วิธีพวกนี้มันก็ทำให้ผมเหมือนได้สัมผัสกับเขาทางอ้อมบ้างนี่นา
ระหว่างที่ผมกำลังคิดหาวิธีเข้าใกล้คุณหมอไปเรื่อยเปื่อย เจ้าตัวก็ดันเดินมาเจอผมที่ยืนหลบอยู่ซะได้...
"ผมบอกคุณแล้วไงว่าเลิกตามผมน่ะ!!!"
คุณหมอตะโกนว่าผมทั้งที่ตายังแดงๆอยู่ เขาโวยวายใหญ่ แล้วก็บอกให้ผมออกจากโรงพยาบาลไปสักที
"คุณหายแล้วก็ออกจากโรงพยาบาลไปซะสิ!!! จะมากินที่คนไข้คนอื่นทำไม เห็นแก่ตัวที่สุด!! มีเงินนักก็ย้ายไปโรงพยาบาลอื่นเลยไป!!"
"คุณหมอครับ... ผะ ผม..."
ตอนนี้ผมปากสั่นใจสั่นที่สุดพูดอะไรไม่ออก คุณหมอโกรธผมอีกแล้ว ทำยังไงดี...
"ถ้าผมยังเห็นคุณอยู่ในโรงพยาบาลนี้อีกนะ ผมไม่ให้อภัยคุณแน่!! ไอ้บ้า!!"
คุณหมอตะคอกใส่ผมแล้วก็เดินหนีไปทันที ไม่ทันไรผมก็ทำให้เขาเกลียดผมมากขึ้นอีกแล้ว แต่ผมก็ไม่โกรธเขาหรอก ยังไงคุณหมอก็ยังเป็นคนสำคัญของผมที่สุด ผมจะพยายามทำทุกวิถีทางให้คุณหมอยอมรับผมให้ได้ แต่ระหว่างนี้ที่ผมยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่ ก็ต้องพยายามตั้งใจทำกายภาพบำบัดให้ร่างกายดีขึ้นเร็วๆ
ถึงตอนนั้น คุณหมอคงจะหนีผมไปได้ยากแล้วล่ะครับ...
2
“เค้าว่าคุณหมอคนนั้นเค้ามือสั่นจนจับมีดผ่าตัดไม่ได้เลยล่ะ ดีนะ ที่เป็นแค่เคสใส้ติ่งธรรมดา ถ้าเป็นรายที่อาการหนักขึ้นมาสงสัยได้พลาดอีกรายแน่ๆ...”
“แต่นี่เค้าก็เรียกว่าพลาดเหมือนกันนั่นแหละเธอ ไม่งั้นหมอคนอื่นไม่วิ่งไปรับเคสนั้นแทนหรอก...”
“เป็นหมอแท้ๆ น่าอายเป็นบ้าเลยเนอะ...”
นั่น... คือสิ่งที่ผมได้ยินจากพวกพยาบาลผู้หญิง พวกหล่อนคงว่างงานมากถึงได้มีเวลามานินทาคนอื่นแบบนี้ ทั้งๆที่ผมเห็นคนไข้มากมายรอรับการรักษาอยู่แท้ๆ ทำไมถึงไม่ไปทำหน้าที่ของตัวเองกันนะ และเพราะมันมีเสียงนินทาดังไปทั่วโรงพยาบาลแบบนี้บ่อยๆด้วยรึเปล่า ถึงทำให้อยู่ๆคุณหมอจุนโฮก็ตัดสินใจขอย้าย ไปอยู่โรงพยาบาลอื่นแทน เขาทำเรื่องย้ายโดยใช้เวลาไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ
ตอนแรกผมว่าจะแอดมิดตามไปที่โรงพยาบาลใหม่เขา แต่ว่าคุณหมอหัวหน้าที่นี่บอกว่าโรงพยาบาลใหม่ของคุณหมอจุนโฮขาดแคลนอุปกรณ์ยิ่งกว่าที่นี่เสียอีก อย่างผมถ้าอยากจะย้าย ก็ควรจะย้ายเข้าไปในตัวเมืองมากกว่า ผมเลยได้แต่อดทนรักษาตัวอยู่ที่เดิมต่อ อย่างน้อยผมก็ยังพอเก็บข้อมูลของเจ้าชายผมได้ จนกระทั่งผมสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนั่นแหละ ผมก็รีบหาทางไปหาเขาทันที แต่กว่าจะออกได้ออกไป คุณหมอก็ย้ายบ้านไปซะแล้ว ผมรู้สึกเสียดายกุญแจที่ได้มาจัง...
แต่ก็นับว่าโชคยังเข้าข้างผมอยู่ เพราะผมสามารถสืบทราบมาจนได้ว่าคุณหมอย้ายไปอยู่ที่ไหน ผมไม่รอช้า รีบหาทางไปที่นั่นทันที คงอีกไม่นานเกินรอ ผมก็จะได้พบกับคุณหมออีกครั้งแล้ว
รอผมก่อนนะครับคุณหมอจุนโฮ ผมกำลังจะเป็นฝ่ายไปหาคุณแล้วนะ คิคิ
...
........
ผมมาหยุดอยู่ที่หน้าหอพักใหม่ของคุณหมอ มองจากภายนอกแล้ว สภาพตึกนี้ดูเก่าทรุดโทรมมาก มันมีแค่สี่ชั้นเท่านั้น แล้วแต่ละชั้นมีคนพักอยู่ไม่กี่ห้อง ยิ่งชั้นที่สี่นั้นก็มีแค่คุณหมออยู่เพียงคนเดียว ผมเลยอดที่จะเป็นห่วงเขาไม่ได้จริงๆ เพราะงั้นผมเลยรีบย้ายตามมาอยู่ที่ชั้นสี่ด้วยซะเลย อย่างน้อยผมก็ยังช่วยเป็นหูเป็นตาให้ได้
แต่แน่นอน ผมไม่ได้ทำให้คุณหมอรู้ตัวหรอกว่าได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยแล้ว ก็มันไม่คุ้มกันถ้าจะทำให้เขาหนีผมไปอีก ผมเลยรอเวลาให้เขาไปทำงาน แล้วก็ค่อยแอบเข้าห้องระหว่างที่เขาไม่อยู่ ส่วนจะแอบเข้าไปยังไง ผมก็คิดวิธีไว้แล้วล่ะครับ
มันน่าจะเรียกว่าเป็นโชคดีของผมก็ได้ ที่ตัดสินใจแอบไปไขดูตู้จดหมายของเขา ทำให้ได้รู้ว่าในนั้นมันมีสิ่งสำคัญซ่อนไว้อยู่ด้วย ซึ่งก็คือก๊อปปี้กุญแจบ้านนั่นเอง คุณหมอคงไม่คิดว่าจะมีคนไขรหัสเปิดตัวล๊อคได้แน่ๆ ถึงได้ชะล่าใจเอากุญแจบ้านไปใส่ไว้ได้
จริงๆผมก็ลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะรู้รหัสเหมือนกัน แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่นครับ ทำให้ผมสุ่มเลขจนสามารถเปิดมันได้ และทันทีที่ได้กุญแจมา ผมก็รีบไปทำสำเนาเก็บไว้อีกอันเลย
แล้วผมก็อยากจะใช้มันเต็มทีแล้วด้วย...
แต่เนื่องจากว่าตอนนี้ผมกลับไปทำงานของตัวเองแล้ว ทำให้เวลาว่างในช่วงเช้าไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ แต่ยังดีที่พอจะหาเวลาว่างๆตอนบ่ายๆแอบไปเข้าห้องเขาได้อย่างเช่นวันนี้ ผมจะเริ่มลองสำรวจห้องของคุณหมอเป็นครั้งแรก คิคิคิ แค่คิดก็มีความสุขแล้วล่ะครับ
หลังจากเตรียมอะไรเสร็จสิ้น ผมก็เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง 403ห้องของคุณหมอ พร้อมกับกุญแจในมือ รู้สึกใจเต้นตึกตักเมื่อกำลังจะไขประตูเข้าไป และทันทีที่เสียบกุญแจ แล้วไขจนเกิดเสียงดังแก๊ก... ผมก็รู้สึกราวกับว่าสิ่งที่รอคอยมานานกำลังจะได้รับการปลดปล่อย
ผมดึงกุญแจออก แล้วบิดลูกบิดประตูเบาๆ หลังจากนั้นก็ค่อยๆสอดส่องสายตาผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มนิดๆเข้าไป
และเมื่อสายตาจ้องมองเข้าภายในห้อง ก็พบว่าภายในมืดสนิทและเงียบเชียบ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าหนทางกำลังโล่ง ผมจึงแทรกตัวผ่านประตู้ไม้เข้าไป และทันใดนั้นกลิ่นยาที่ไม่ต่างจากที่โรงพยาบาลก็ลอยฟุ้งแตะจมูก ทั้งๆที่เคยเกลียดกลิ่นแบบนี้ที่สุดแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าผมหลงรักมันขึ้นมาเสียอย่างงั้น เพราะทุกครั้งที่ได้กลิ่นมัน ผมก็จะรู้สึกราวกับมีคุณหมอจุนโฮอยู่ข้างๆกาย
ผมก้าวเข้ามาสู่ภายในห้องเต็มตัว มือข้างนึงก็ค่อยๆคลำหาสวิตช์ไฟแถวข้างๆประตู กดคลิกๆจนภายในห้องสว่าง หลังจากนั้นก็ถอดรองเท้าเก็บเข้าไปในตู้เก็บรองเท้า ก่อนจะก้าวขาเข้าไปข้างในแล้วเดินสำรวจไปทั่วอย่างช้าๆ
ผังภายในห้องนี้มันมันไม่ต่างจากห้องผมเท่าไหร่ มันมีพื้นที่ครัวใช้สอยขนาดกะทัดรัดใกล้ประตู แล้วก็มีห้องน้ำในตัวเหมือนๆกัน แต่สิ่งที่คุณหมอมีเพิ่มมาก็คงเป็นโต๊ะทานข้าวเล็กๆสองที่นั่งล่ะมั้ง เห็นแล้วก็อยากจะนั่งทานอาหารกับเขาที่โต๊ะนั่นบ้างจัง...
ในส่วนของห้องนอน เขาก็เอาเตียงคนไข้มาใช้ต่างเตียงนอน มีชั้นวางของสองอันวางติดข้างผนัง โต๊ะทำงานก็วางอยู่ใกล้ๆ ส่วนตรงข้างหัวเตียงก็มีโต๊ะเล็กๆที่มีโคมไฟสีขาวนวลตั้งไว้ ข้างใต้ก็มีขวดยาอะไรบางอย่างวางไว้ด้วย เมื่อหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่ามันเป็นยาที่มีชื่อว่า Valium ไม่รู้ว่ามันคือยาไว้สำหรับรักษาอะไร แต่เขาคงกินมันได้สักพักแล้ว ก็ดูจากจำนวนเม็ดยาที่อยู่ภายใน มันเหลือไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซ้ำ นี่เขาไม่สบายถึงต้องทานยานี่ใช่ไหม? เป็นห่วงจัง...
ผมวางขวดยากลับไปที่เดิม ก่อนจะเดินไปสำรวจรอบๆต่อ พยายามเก็บรายละเอียดทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องช้าๆ ค่อยๆจินตนาการไปว่าคุณหมอจะใช้ของชิ้นไหนยังไงบ้าง
อย่างตุ๊กตายางลูกเป็ดน่ารักๆที่วางอยู่ตรงอ่างอาบน้ำ เขาก็คงจะอาบน้ำกับมันทุกวัน ผ้าขนหนูผืนนุ่ม เขาก็จะต้องใช้มันซับหยดน้ำที่เกาะพราวตามตัว หรือแม้แต่แปรงสีฟันสีฟ้า ที่ได้สำรวจไปทั่วโพรงปากของเขา คิดแล้วก็อยากจะกลายร่างเป็นของใช้อย่างใดอย่างหนึ่งของเขาจริงๆ เพราะมันคงจะมีความสุขไม่น้อยที่ได้มีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของคุณหมอที่ชื่อ อีจุนโฮ
หลังจากที่ค่อยๆสำรวจทุกอย่างทีละชิ้น ทีละชิ้น ผมก็มาหยุดอยู่ที่สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ เตียงของคุณหมอ...
ผมทิ้งตัวนั่งลงจนฟูกยวบไปตามน้ำหนัก ค่อยๆลูบไล้ฝ่ามือไปบนหมอนนุ่มใบสีขาวไปมา แล้วหยิบมันขึ้นมากอดไว้แนบอก ก้มหน้าลงสูดกลิ่นแชมพูอ่อนๆที่ยังคงติดอยู่
อืมม... หอมจัง... คุณหมอคงจะใช้เจ้านี่หนุนนอนทุกวันเลยสินะ น่าอิจฉา...
นี่ผมเป็นอะไรไป? อิจฉาได้แม้กระทั่งหมอน คงเป็นเพราะผมโหยหาเขามากล่ะมั้ง และยิ่งคิดถึง ผมก็ยิ่งอยากจะสัมผัสเขาอีกสักครั้ง แต่ตอนนี้ผมคงทำได้แค่เก็บเกี่ยวสิ่งตกค้างต่างๆของเขาที่แฝงมากับข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ไปก่อนเท่านั้น ก็เขาไม่ยอมเหลียวแลผมเลยนี่นา แถมยังทำท่ารังเกียจทุกครั้งที่เข้าใกล้อีก
อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าต้องให้ผมหลับไปอีกครั้งหรือเปล่า คุณหมอถึงจะยอมให้ผมเข้าใกล้ได้ แต่ยังไงผมก็ขอเลือกตื่นขึ้นดีกว่า อย่างน้อยถึงเขาจะไม่สนใจผมแล้ว แต่ผมก็ยังมีความสุขที่ได้เป็นห่วงเขาอยู่ทุกวัน และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องที่คุณหมอจุนโฮ มีชีวิตอยู่บนโลกใบเดียวกับผมจริงๆไม่ใช่ความฝันที่ผมคิดไปเอง
ผมเริ่มทอดตัวนอนไปกับเตียง สองแขนยังคงโอบกอดหมอนเอาไว้ เพื่อที่จะได้รู้สึกเหมือนกับว่ามีคุณหมออยู่ในอ้อมกอด พอพลิกหน้าซุกลงกับผ้าปูเตียงที่ตรึงเปรี๊ยะ กลิ่นหอมของน้ำยาซักผ้าและกลิ่นของคุณหมอหอมกรุ่นขึ้นมาตามแรงหายใจ เพียงแค่นี้มันก็ทำให้ผมอยากจะจมหายไปบนเตียงนี้แล้วสิ ยิ่งถ้ามีเขามานอนอยู่ข้างๆกายด้วยแล้วละก็ มันคงจะดีไม่น้อยเลยล่ะ อยากให้คุณหมอเปิดใจยอมรับผมเร็วๆจัง...
กึกๆ!!!!
!!!???
จู่ๆ ก็มีเสียงดังกึกกักดังมาจากนอกประตูห้อง ใช่คุณหมอกำลังจะเปิดประตูเข้ามาหรือเปล่า? แย่แล้วสิ ถ้าเขามาเห็นผมนอนอยู่บนเตียงอย่างนี้ละก็ คงได้เกลียดขี้หน้าผมมากขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ ผมจะหาทางหลบออกไปยังไงดีเนี่ย!?
3
แอ๊ดดดด….
“นี่ฉันเบลอจนไม่ได้ปิดไฟก่อนออกไปหรือเนี่ย...”
เสียงคุณหมอพูดกับตัวเองดังขึ้นเมื่อก้าวเท้าเข้าห้องมา เมื่อครู่ผมรีบกลิ้งตัวลงมาซ่อนอยู่ใต้เตียงทันอย่างหวุดหวิด ทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็น ถึงอย่างนั้นผมก็ยังแอบหวั่นๆอยู่ดีว่าคุณหมอจะก้มลงมาเจอแขกไม่ได้รับเชิญอย่างผม
แต่โชคดีที่เขาเอาแต่เดินไปเดินมาอยู่แถวครัว จึงไม่ได้สนใจตรงที่ที่ผมซ่อนตัวอยู่เท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ตรงนั้นบ้าง เพราะจากจุดนี้ก็มองเห็นแค่ช่วงขาของเขาเท่านั้น คุณหมอเดินวนไปมาได้สักพัก ก็เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบอะไรบางอย่างออกมา แล้วก็นำไปอุ่นยังไมโครเวฟ ก็คงจะอุ่นอาหารเย็นทานนั่นแหละ...
พออุ่นเสร็จ เขาก็เดินมานั่งแหมะลงที่โต๊ะทานข้าว แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เสียงก๊องแก๊งของช้อนส้อมกระทบกับจานอาหารดังเป็นครั้งคราว เหมือนว่าคุณหมอจะเขี่ยมันเล่น ทานได้สักพักเขาก็เดินไปเทอาหารทิ้งเฉย เห็นอย่างนี้แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ นี่คงจะเครียดเรื่องงานจนทานไม่ลงแน่ๆ
เฮือก!!!
ผมสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ๆคุณหมอก็เดินมาแถวๆเตียงเพื่อมาหยิบอะไรบางอย่าง มันเป็นขวดยาที่ชื่อว่าแวเลียมขวดนั้น ไม่รู้ว่าเขาหยิบยาไปทานกี่เม็ด แต่มันคงเป็นจำนวนไม่น้อยเพราะผมเห็นเขายกแก้วน้ำดื่มตามอยู่หลายครั้ง นี่เขาไม่สบายขนาดนี้เลยเหรอ?
ทานยาเสร็จคุณหมอก็เดินไปอาบน้ำ เสียงสายน้ำจากฝักบัวซ่าๆดังออกมานอกห้องด้วย ถ้าใช้เวลาช่วงนี้เดินออกไปข้างนอกก็คงทัน แต่ผมยังไม่อยากจะลุกไปไหนเลย ถ้าจะอยู่ตรงนี้จนถึงเช้า เขาจะทันสังเกตุเห็นผมไหมนะ?
คิดแล้วผมก็ได้แต่นอนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเพื่อรอให้เขาออกมาจากห้องน้ำ การได้มองเขาเรื่อยๆอย่างนี้มันทำให้ผมมีความสุขมากเกินไปจริงๆ มากจนไม่หลงเหลือความกลัวอะไรอีก
ในที่สุดก็มีเสียงหมุนปิดวาล์วน้ำลง ก่อนจะมีเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ผมจ้องมองเรียวขาของเขาที่มีหยดน้ำเกาะพราวเดินออกมาจากห้องน้ำ จนมาหยุดอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า ในหัวพยายามคาดเดาว่าคืนนี้เขาจะใส่ชุดนอนชุดไหน แต่ไม่ทันที่เขาจะได้หยิบอะไรออกมาสวม อยู่ๆเขาก็ล้มฟุบลงไปทันที!
“หมอครับ หมอ!!”
ผมรีบวิ่งออกมาจากใต้เตียงเพื่อไปหาเขา รีบก้มลงเอาหูแนบไปกับอกเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น หัวใจยังคงเต้นปกติ นี่คุณหมอเหนื่อยจนเป็นลมล้มพับไปรึเปล่า?
ระหว่างที่กำลังคิดหาทางช่วย เสียงลมหายใจดัง ฟืด.... ฟืด.... ก็ดังแว่วมาจากตัวของคุณหมอ....
สรุปแล้วเขาแค่หลับไปอย่างนั้นเหรอเนี่ย?
โธ่เอ๋ย... ที่แท้ก็เหนื่อยมากจนหลับไปสินะ คุณหมอละก็ ชอบทำให้ผมเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย ผมจัดการอุ้มเขาไปนอนที่เตียง ตัวเขายังคงเปียกๆอยู่ ผมเลยเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาซับน้ำให้เขาจะได้ไม่เป็นหวัดด้วย ซับไปก็จ้องมองหน้าเขาไป นี่เป็นครั้งแรกหลังจากออกจากโรงพยาบาลที่ได้มองเขาใกล้ๆชัดๆแบบนี้ มองแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ยังหลบอยู่ใต้เตียงนั่นไม่เดินออกไปเสียก่อน
ใบหน้าของคุณหมอยามหลับน่ารักมาก เหมือนเด็กเล็กๆไม่มีผิด เขาหลับตาพริ้ม ส่งเสียงมุ้งมิ้งๆเวลาที่ผมใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้เขาเบาๆ คุณหมอมีผมหยักศกนิดๆ เส้นผมดูนุ่มๆ ผมเลยลองใช้นิ้วสางผมเขาเล่น หลังจากนั้นก็ค่อยๆใช้ผ้าซับไปตามใบหน้า ลำคอ และทรวงอกเขาต่อ
เมื่อมองทรวงอกเนียนที่กระเพื่อมไหวน้อยๆยามหายใจเข้าออกแล้ว มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องเอื้อมมือไปสัมผัสตรงนั้นเบาๆ ค่อยๆลากนิ้วไปยังท่อนแขนอวบๆ และจากเรียวขา มายังปลายเท้า...
“เดี๋ยวผมใส่เสื้อผ้าให้นะครับ”
ผมกระซิบบอกกับคุณหมอที่ยังคงหลับสนิท จะปล่อยให้เขานอนทั้งที่ยังไม่สวมใส่อะไรเลยก็คงไม่ดีแน่ ผมเลยเดินไปหยิบชุดนอนลายหมีของเขาออกมา สวมเสื้อให้ก่อน แล้วติดกระดุมให้ทีละเม็ดๆอย่างไม่รีบร้อน
กลิ่นสบู่หอมๆและแชมพูโชยออกมาเรื่อยๆ ช่างเย้ายวนจนทำให้อดใจไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องก้มลงไปสูดกลิ่นหอมที่แก้มเขาหลายๆที ถ้าเขารู้ตัว เขาต้องโกรธผมอีกแน่ๆ แต่มันห้ามใจไม่ได้นี่นา คุณหมออยากน่ารักเองทำไม?
หลังจากนั้นผมก็ดึงผ้าขนหนูที่พันรอบเอวเขาออก สวมบ็อกเซอร์ให้ ก่อนจะสวมกางเกงนอนทับ ตอนที่คุณหมอดูแลผม คุณหมอก็ทำให้ผมอย่างนี้สินะ มันไม่ใช่งานง่ายๆเลยนะเนี่ย...
ที่ว่าไม่ใช่งานง่ายๆก็เพราะ... การหักห้ามใจไม่ให้ทำอะไรเกินเลยเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ...
“คุณหมอ นอนแล้วจริงๆเหรอครับ...”
ผมเอ่ยถามกับเขาเพื่อความแน่ใจ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ นี่เขาคงจะเหนื่อยจนหลับสนิทมาก ผมอยากนอนกอดเขาไว้จัง แต่ก่อนที่จะนอน ขอผมจูบคุณหมอก่อนได้ไหม?
“คุณหมอครับ ผมขอจูบหน่อยได้ไหม?”
คุณหมอไม่ตอบเหมือนเดิม นี่จะถือว่าเขาอนุญาตผมแล้วได้รึเปล่านะ?
ผมค่อยๆก้มหน้าลงทีละนิด ใช้มือสอดรอบเอวเขาไว้ กระชับวงแขนให้แน่นขึ้น แล้วซุกปลายจมูกไว้กับแก้มเนียนๆ ถูไถไปมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆกดริมฝีปากตัวเองลงตรงนั้นให้กลิ่นหอมลอยฟุ้งติดจมูก และให้รสชาติหวานๆติดอยู่ที่ปาก ผมผละหน้าออกมาหน่อยเพื่อเลียริมฝีปากตัวเอง แล้วเริ่มประทับจูบลงเรียวปากนุ่ม...
ลิ้นชื้นๆค่อยๆสัมผัสไปตามกลีบปากของอีกฝ่าย ผมกระแซะลิ้นเข้าไปให้พอได้สัมผัสเนื้อปากภายในของริมฝีปากล่างหน่อยๆ หลังจากนั้นก็ริมฝีปากบน... ช้าๆ... ผมลากลิ้นลงมาตามแนวฟันเนิบๆ ก่อนจะดันแทรกแนวฟันนั้นให้เผยอขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าไปสำรวจภายในต่อ...
“อือ...”
คุณหมอส่งเสียงครางงุ้งงิ้งฟังดูน่ารักเป็นบ้า ทำให้ผมยิ่งอยากเดินหน้าต่อ ผมเกร็งปลายลิ้นตะหวัดขึ้นไปยังเพดานปากแล้วปล่อยให้ตกลงมาวางแน่นิ่งบนลิ้นของอีกฝ่าย คุณหมอขยับตัวนิดๆทำให้เหมือนมีแรงดุนที่ลิ้นผมหน่อยๆ ผมหยุดเคลื่อนไหวสักพักเพื่อรอจังหวะ แล้วจึงลากลิ้นสัมผัสให้ทั่วอีกครั้ง...
“ขี้เซาจังเลยนะครับคุณหมอเนี่ย”
ผมผละหน้าออกมาพูดกับคุณหมอที่ยังคงหลับซุกอกผมอยู่ ออกแรงกระชับตัวคนในอ้อมกอดแน่นขึ้น แม้จะได้ยินเสียงท้องร้องโครกครากดังออกมาจากตัวเองเป็นระยะๆ เพราะตั้งแต่บ่ายยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่างเดียว แต่ก็ไม่เป็นไร ผมยอมอดข้าวเพื่อให้ได้นอนกอดเขาไว้ทั้งคืน
ผมอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งรุ่งเช้า จึงจำใจผละออกมาแล้วเดินกลับไปห้องตัวเอง พยายามจะคิดว่าไม่เป็นไร เพราะอีกไม่นานโอกาสก็จะมาเยือนอีกครั้งแน่ๆ...
TBC.
----------

คุฯคนไข้ นอนกอดคุณหมอซะแล้ว
แล้วคุณหมอกินยาอะไรคะนั่น
รอน๊าาาา มาต่อไวๆนะคะ น้องแซน
#1 By tannamnaja on 2012-02-01 11:44