(SF-ChanHo,DuHo) Eyes On You : 04
posted on 29 Jan 2012 18:49 by psychoromance in DujunxJunhoTitle: Eyes On You
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: ChansungxJunhoX??
Rate: NC-17
Genre: romantic drama
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: ChansungxJunhoX??
Rate: NC-17
Genre: romantic drama
Missing
กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่ดูจุนปิดประตูและจากไป ปล่อยให้ผมได้อยู่ภายใต้ห้องที่เงียบสนิทเพียงคนเดียว ทั้งห้องเงียบเชียบเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจและเสียงหัวใจตนเองเต้นดังอย่างชัดเจน
ผมจำไม่ได้ว่าได้ตอบอะไรดูจุนไปบ้างหรือเปล่า คำพูดของเขาก่อนปิดประตูลงผมเองก็จำได้เพียงลางๆแค่ให้ผมกลับไปนอนเท่านั้น ผมแทบจะไม่รับรู้และไม่ตอบสนองอะไรดูจุนเลยตั้งแต่เรานั่งรถย้อนกลับมาที่นี่ รู้เพียงแต่ว่าคำพูดของเขามันช่างทิ่มแทงผมมากเกินไป
เมื่อหันหน้ากลับมองภายในห้อง ความอึดอัดก็เริ่มก่อตัว ผมจึงเริ่มลากเท้ากลับไปยังเตียงนอนอย่างทุลักทุเลด้วยความล้า ทุกครั้งที่ก้าวเท้าสัมผัสไปตามพื้น ความเย็นเฉียบก็แล่นผ่านผิวหนังเข้ามาจนรู้สึกปวดแสบ กรดเย็นยะเยือกแร่นริ้วจากปลายขาขึ้นมาจนถึงลำคอ มันทำให้ริมฝีปากผมเริ่มสั่น
ถึงอย่างนั้นผมก็เต็มใจต้อนรับความเย็นนี่อย่างดี เพราะอย่างน้อยมันก็อาจช่วยทำให้จิตใจผมหายร้อนรนก็เป็นได้ ได้แต่หวังว่ามันจะช่วยให้ผมหลุดพ้นจากห้วงความทุกข์ทรมานนี้ไปได้บ้าง
พอถอดเสื้อแจ๊คเก็ตที่สวมซ้อนกันสองตัวออก ผมก็ทิ้งตัวลงนอน ฟูกเก่าๆแข็งๆมันทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่ หากแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนมัน ผมยังคงอยากจะกักเก็บสิ่งเดิมๆที่แสนจะคุ้นเคยนี้เอาไว้ เก็บไว้ไม่ยอมปล่อยมันไปง่ายๆ เพียงเพราะไม่อยากรู้สึกสูญเสียอะไรที่เป็นของๆตัวเอง
ภายในห้องที่ไม่ได้เปิดหน้าต่างถ่ายเทอากาศมานานแสนนาน มีกลิ่นบางอย่างยังคงอบอวล ผมสูดมันลงปอดเพื่อให้มันฝังลงลึกอยู่กับตัวเองแม้เวลาออกจากห้องนี้ไป กลิ่นนี้มันเป็นเพียงกลิ่นเดียวที่ยังทำให้ผมรู้สึกว่าเขายังอยู่ข้างกายผมเสมอๆไม่เคยจากไปไหน
ฮวางชานซอง เมื่อไหร่เขาจะเลิกปล่อยให้ผมติดอยู่กับความคิดหลอกตัวเองไปวันๆว่ามีเขาอยู่ข้างๆ
เพียงแค่อยากอยู่กับเขาเท่านั้น อยากให้เขากลับมาอย่างที่คนรักกันควรจะทำ อยากจะใช้เวลาทำอะไรต่างๆด้วยกัน ไม่ใช่เพียงแค่มีเซ็กส์ ผมไม่ได้ต้องการแค่นั้น ไม่ได้ต้องการแค่ความสัมพันธ์ทางร่างกายเลยจริงๆ แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งเราก็เริ่ม และจบลงด้วยเซ็กส์
ได้แต่หวังอยู่ลึกๆว่าการมี เซ็กส์ มันจะทำให้ระยะห่างระหว่างเรานั้นหมดไป มันอาจจะช่วยเติมเต็มให้กันและกันเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ ทว่าทุกครั้งผมกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ได้ตอบแทนมามันไม่พอ ไม่เคยพอ ผมคงเป็นคนเห็นแก่ตัวมากที่อยากได้ความรักจากชานซองมากกว่านี้ใช่ไหม?
ถ้าหากเรื่องที่บอกว่าความรักที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทนเป็นความจริง ความรักของผมมันก็ ไม่ใช่ของจริง ใช่ไหม?
ผมอยากได้สิ่งตอบแทนจากชานซองมากกว่านี้ เพราะช่องว่างในใจผมไม่เคยถูกเติมเต็มจาเขา และทุกครั้งที่คิดแบบนี้ น้ำตาก็พาลไหลออกมาเสียดื้อๆ คืนแล้วคืนเล่าที่ผมได้แต่ร้องไห้เพราะไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ คืนแล้วคืนเล่าที่ผมได้แต่ฟูมฟายเมื่อไม่มีเขาอยู่ข้างๆ
และคืนนี้ มันก็ไม่ต่างจากคืนก่อนๆ ที่ผมยังไม่อาจทำใจสูญเสียสิ่งสำคัญไปได้
Even though I'm the sacrifice,
You won't try for me, not now
Though I'd die to know you love me,
I'm all alone.
Isn't something missing?
Isn't someone missing me?
ก๊อกๆๆ
"จุนโฮ ยังไม่นอนใช่ไหม?"
"จุนโฮ"
เสียงเคาะประตูพลางเอ่ยเรียกของดูจุนดังขึ้น ไม่รู้ว่าเขายังมายืนอยู่หน้าห้องทำไมทั้งๆที่เวลาก็กลางดึกขนาดนี้ ผมไม่คิดจะเดินไปเปิดประตูให้เขาเหมือนทุกที ผมเหนื่อย แล้วผมก็ไม่อยากจะคิดว่า ดูจุนทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ปึงๆๆๆๆๆๆ
เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆนอกห้องทำให้ต้องหยิบหมอนขึ้นมาปิดใบหน้า รู้สึกไม่อยากจะได้ยินหรือรับรู้อะไรทั้งนั้น เสียงหนวกหูดังก้องอยู่นานจนกระทั่งจู่ๆเสียงเปิดประตูพรวดก็ดังขึ้น ผมรู้ตัวทันทีว่าลืมล็อคประตูห้องตัวเองไปเสียนี่
ผู้บุกรุกยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าบึ้ง เราจ้องมองกันชั่วครู่ แค่ชั่วครู่เท่านั้น ดูจุนก็ก้าวเดินเข้ามาพยายามฉุดกระชากให้ผมลุกออกจากเตียง เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหลืออด
"เอาแต่ร้องไห้อย่างนี้นายจะได้อะไร?"
"ก็ไม่เกี่ยวกับนายสักหน่อย ไม่เกี่ยวเลย"
ผมตอบโดยที่ไม่มองหน้า พยายามยกแขนข้างที่เป็นอิสระขึ้นปาดน้ำตา ส่วนอีกแขนก็พยายามรั้งให้หลุดออกจากฝ่ามือที่กำแน่นของอีกฝ่าย ทั้งๆที่ทั้งห้องนี้ก็ออกจะมืดแท้ๆ ทำไมเขาถึงได้รู้ว่าผมร้องไห้อยู่ ทำไมเขาต้องมาสนใจผมขนาดนี้ด้วย
"ทำไมจะไม่เกี่ยว? ไม่รู้เหรอไงว่าฉันนอนไม่หลับเพราะเสียงนายเอาแต่ร้องไห้น่ะ?" ดูจุนขึ้นเสียง แล้วยังออกแรงบีบแขนจนทำให้รู้สึกเจ็บ
เสียงเคาะประตูพลางเอ่ยเรียกของดูจุนดังขึ้น ไม่รู้ว่าเขายังมายืนอยู่หน้าห้องทำไมทั้งๆที่เวลาก็กลางดึกขนาดนี้ ผมไม่คิดจะเดินไปเปิดประตูให้เขาเหมือนทุกที ผมเหนื่อย แล้วผมก็ไม่อยากจะคิดว่า ดูจุนทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ปึงๆๆๆๆๆๆ
เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆนอกห้องทำให้ต้องหยิบหมอนขึ้นมาปิดใบหน้า รู้สึกไม่อยากจะได้ยินหรือรับรู้อะไรทั้งนั้น เสียงหนวกหูดังก้องอยู่นานจนกระทั่งจู่ๆเสียงเปิดประตูพรวดก็ดังขึ้น ผมรู้ตัวทันทีว่าลืมล็อคประตูห้องตัวเองไปเสียนี่
ผู้บุกรุกยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าบึ้ง เราจ้องมองกันชั่วครู่ แค่ชั่วครู่เท่านั้น ดูจุนก็ก้าวเดินเข้ามาพยายามฉุดกระชากให้ผมลุกออกจากเตียง เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหลืออด
"เอาแต่ร้องไห้อย่างนี้นายจะได้อะไร?"
"ก็ไม่เกี่ยวกับนายสักหน่อย ไม่เกี่ยวเลย"
ผมตอบโดยที่ไม่มองหน้า พยายามยกแขนข้างที่เป็นอิสระขึ้นปาดน้ำตา ส่วนอีกแขนก็พยายามรั้งให้หลุดออกจากฝ่ามือที่กำแน่นของอีกฝ่าย ทั้งๆที่ทั้งห้องนี้ก็ออกจะมืดแท้ๆ ทำไมเขาถึงได้รู้ว่าผมร้องไห้อยู่ ทำไมเขาต้องมาสนใจผมขนาดนี้ด้วย
"ทำไมจะไม่เกี่ยว? ไม่รู้เหรอไงว่าฉันนอนไม่หลับเพราะเสียงนายเอาแต่ร้องไห้น่ะ?" ดูจุนขึ้นเสียง แล้วยังออกแรงบีบแขนจนทำให้รู้สึกเจ็บ
"นายจะบ้าเหรอไง แล้วใครใช้ให้นายฟังกันล่ะ..."
"แล้วคิดว่าฉันอยากฟังนักเหรอ? ก็รู้นี่ว่าผนังกั้นห้องมันบางอย่างกับอะไรดี ทำอะไรนิดหน่อยมันก็ได้ยินกันไปทั้งตึกแล้ว หัดเกรงใจคนอื่นบ้าง"
"ทำไมต้องเกรงใจ ทนไม่ได้ก็ย้ายออกไปสิ จะทนอยู่ทำไมเล่า"
"....."
อีกฝ่ายชะงัก คงเพราะผมไม่เคยโต้ตอบแบบนี้มาก่อน ผมถือโอกาสออกแรงผลักเขาให้ออกห่าง จนร่างตรงหน้าเกือบเซล้มไปด้านหลัง
ที่ว่าเวลาคนเราไม่พอใจจะชอบพาลใส่คนอื่น คงจะจริง แล้วส่วนมากคนที่ต้องมารองรับอารมณ์แย่ๆของเรา ก็มักจะเป็นคนที่ใส่ใจเราที่สุดด้วย ผมไม่รู้ว่าดูจุนรู้สึกยังไง ไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งนั้น
"แล้วใครกันแน่ที่ไม่เกรงใจ นายนั่นแหละ อยู่ๆก็เข้ามาห้องของคนอื่น ออกไปได้แล้ว"
พยายามเอ่ยต่อทั้งๆที่น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ยังคงไหลต่อเนื่อง สองมือยังคงคอยผลักดันไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ทว่าเขากลับใช้โอกาสนั้นคว้าข้อมือผมเอาไว้ แล้วดันร่างผมกลับให้ล้มลงนอนอยู่กับเตียงดังเดิม
ปลายเข่าดูจุนทับหน้าท้องผมจนขยับต่อต้านได้ยาก สองมือที่เคยจับแน่นที่ข้อมือเลื่อนมาคว้าจับที่ไหล่ แล้วเขาก็ออกแรงเขย่าร่างผมที่รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"หยุดบ้าเสียทีจุนโฮ!!"
ผมไม่เข้าใจที่เขาพูดเลยสักนิด จึงได้แต่พยายามที่จะขัดขืนต่อต้านออกแรงฝืนอีกฝ่าย หากแต่ดูจุนก็ยังไม่ปล่อยผมให้หลุดออกเป็นอิสระ เขายิ่งทิ้งน้ำหนักลงมามากขึ้นกว่าเดิม ผมอึดอัด ทรมาน และร้อนรนถึงขีดสุด
"ดูจุน หยุดได้แล้ว ปล่อยฉัน!"
ผมหายใจไม่ออกมากขึ้นเมื่อความพยายามที่จะออกแรงฝืนไม่เป็นผล
"นายนั่นแหละ หยุด!!"
ดูจุนตะคอก ผมยิ่งฟูมฟายหนักกว่าเก่าและยังไม่หยุดดิ้นรนต่อต้าน ภายในหัวสมองตอนนี้แทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ลมหายใจเหมือนจะหยุดลงให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น
"จุนโฮ บอกให้หยุดไง!!"
ไหล่สองข้างถูกอีกฝ่ายออกแรงบีบหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วอยู่ๆดูจุนก็โน้มหน้าเข้ามาเพื่อประกบทาบริมฝีปากโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว มือข้างหนึ่งจับใบหน้าผมไม่ให้หันหนี ส่วนอีกข้างก็กดหลังศีรษะเอาไว้เพื่อไม่ให้หลบหลีกหรือดิ้นหลุดออกจากสัมผัสเขาไปได้ ผมทำได้เพียงเม้มริมฝีปากตนเองไว้แน่นไม่ยินยอมปล่อยให้เขารุกล้ำผมได้ง่ายๆ
รู้สึกทุรนทุรายจนหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ นิ้วมือออกแรงจิกที่บ่าเขา มันแรงพอที่จะทำให้เขารู้สึกเจ็บแสบอยู่บ้าง หากแต่มันก็ไม่เป็นผล ดูจุนปล่อยทิ้งน้ำหนักร่างกายลงมาทาบทับจนผมขยับเขยื้อนได้ยากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ต่อให้อยากจะตะโกนร้องโต้ตอบให้สุดเสียง ผมก็ทำได้เพียงแค่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ความทุกข์ร้อนที่แผดเผาภายในใจเริ่มเล่นงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ผมพยายามหายใจเข้าหรือแม้แต่หายใจออกหากแต่ก็ไม่สามารถทำได้ สติผมพร้อมจะดับลงทุกเมื่อ
ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างอย่างก็หยุดลง เมื่อดูจุนใช้มือออกแรงกดแก้มและดันให้ผมเผยอปากออก
ราวกับว่าความร้อนรนที่ผมเคยรู้สึกมาตลอดมันหายไปชั่ววูบ ความเย็นเริ่มมาแทนที่ไอร้อนภายในร่างกายเมื่อมันถูกถ่ายเทออกไปสู่อีกฝ่าย เขาเปลี่ยนจากแรงที่กดมาโอบผมไว้ และดึงร่างผมให้เข้าไปแนบชิด
นิ้วมือผมที่ข่วนจิกเขาอยู่เริ่มคลายแรงออก หัวใจที่เคยเต้นแรงเริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ ร่างกายที่เคยสั่นไหวก็ค่อยๆหยุดลง ผมไม่สะอื้นไห้อย่างเดิม ผมหยุดนิ่ง และปล่อยให้ตัวเองได้รู้สึกถึงจังหวะลมหายใจของผมและเขา ที่เริ่มกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อความสงบนิ่งเริ่มเข้ามาเยือน ดูจุนก็ยอมถอนริมฝีปากออกไป
ผมพยายามจ้องมองใบหน้าเขาว่าคิดอย่างไร หากแต่ความมืดทำให้มองเห็นเขาได้ไม่ถนัดนัก จนกระทั่งผมรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่รดเข้ามาใกล้อีกครั้ง
ไม่มีการหลบหลีกอย่างตอนแรก ผมปล่อยให้ดูจุนประทับริมฝีปากเข้ามาแผ่วเบา เขาใช้ปลายลิ้นดันแทรกแนวฟันของผมที่ขบชิดกันให้แยกออก ลิ้นชื้นที่แทรกเข้ามาสัมผัสคงจะรับรู้ถึงรสชาติแย่ๆที่คงออกจะเค็มไม่ต่างจากครั้งก่อน แต่ดูจุนก็ไม่บ่นว่า และไม่รีบผละออกอย่างเคย
แม้ผมจะไม่ได้ตอบรับ แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธมันเสียทีเดียว ผมถึงรับรู้ได้ว่าสัมผัสจูบที่รู้สึกอยู่ขณะนี้ ช่างแตกต่างจากของชานซองโดยสิ้นเชิง
มันไม่มีการหยอกล้อให้ใจผมสั่นไหว ไม่นิ่มนวลให้ผมได้โอนอ่อนผ่อนตาม ไม่หวือหวาให้ผมได้รู้สึกตื่นเต้นในใจ จูบของดูจุนออกจะทื่อและแข็งกระด้างเกินไปด้วยซ้ำ
แต่น่าแปลกที่จูบไร้ลูกเล่นใดๆนั่น มกลับทำให้ผมรู้สึกถึงความหนักแน่นและไร้ความหวั่นไหวใดๆของเขา หัวใจผมที่เคยดิ้นพราดด้วยความร้อนทุรนทุรายกลับถูกชโลมให้สงบนิ่งลง
ผมไม่อยากจะปล่อยตัวเองให้คล้อยตามความรู้สึกไม่สั่นคลอนที่ถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสนี้ เพราะมันทำให้ผมกลัวกลัวเหลือเกินว่าความเชื่อมั่นของตัวเองที่มีมามันจะถูกเขาทำลายลงเอาง่ายๆ
ยุนดูจุน ได้โปรดอย่าทำอย่างนี้
.
.
โชคดี ที่จู่ๆโทรศัพท์ของผมดังขึ้น ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวและยอมถอนริมฝีปากออกไป "รับซะสิ" เขาเอ่ยพลางดันตัวลุกขึ้น ก่อนจะหันหน้าเลี่ยงไปทางอื่น
ผมก้มมองดูเวลาในโทรศัพท์ ตีห้ายี่สิบนาที มีไม่กี่คนที่จะโทรมาหาผมในเวลาแบบนี้ได้
.
.
โชคดี ที่จู่ๆโทรศัพท์ของผมดังขึ้น ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวและยอมถอนริมฝีปากออกไป "รับซะสิ" เขาเอ่ยพลางดันตัวลุกขึ้น ก่อนจะหันหน้าเลี่ยงไปทางอื่น
ผมก้มมองดูเวลาในโทรศัพท์ ตีห้ายี่สิบนาที มีไม่กี่คนที่จะโทรมาหาผมในเวลาแบบนี้ได้
ฮวางชานซอง
ปลายนิ้วที่สั้นเล็กน้อยกดรับโทรศัพท์ ผมเค้นเสียงปกติให้ตอบรับปลายสาย "ว่าไงชานซอง... " จงใจเน้นเรียกชื่อเจ้าของปลายสาย อย่างน้อยก็ด้วยน้ำเสียงที่เสแสร้งว่าดีใจ
'จุนโฮ ตอนเช้าฉันคงไปส่งนายไม่ได้อีกแล้วล่ะ ไปเองได้ไหม?'
ริมฝีปากฝืนยิ้ม คงทำอะไรไม่ได้นอกจากตอบตกลง
ปลายนิ้วที่สั้นเล็กน้อยกดรับโทรศัพท์ ผมเค้นเสียงปกติให้ตอบรับปลายสาย "ว่าไงชานซอง... " จงใจเน้นเรียกชื่อเจ้าของปลายสาย อย่างน้อยก็ด้วยน้ำเสียงที่เสแสร้งว่าดีใจ
'จุนโฮ ตอนเช้าฉันคงไปส่งนายไม่ได้อีกแล้วล่ะ ไปเองได้ไหม?'
ริมฝีปากฝืนยิ้ม คงทำอะไรไม่ได้นอกจากตอบตกลง
"อื้อ..."
'งั้นเจอกันเย็นพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวฉันไปหา'
"อื้ม ฉันจะรอ ดูแลตัวเองนะ"
ผมคาดเดาไม่ถูกว่าดูจุนจะรู้สึกยังไงที่ต้องมารับรู้เรื่องราวของผมกับชานซองอีกครั้ง แต่ผมคาดเดาได้ว่าชานซองจะพูดอะไรต่อจากนี้
'อืม นายด้วยล่ะ รักนะจุนโฮ'
ไม่ว่ากี่ครั้งที่ได้ยิน หัวใจผมก็อดที่จะล่องลอยไปกับคำพูดนั่นไม่ได้ แม้จะไม่เคยรู้ว่าว่ามันเอ่ยออกมาจากใจจริงหรือเปล่าด้วยซ้ำ
"ฉันก็รักนาย... ชานซอง"
แต่ทุกครั้งที่ผมพูดคำนั้น.. ผมก็หมายความอย่างที่พูดจริงๆ
And if I bleed, I'll bleed,
Knowing you don't care.
And if I sleep just to dream of you
I'll wake without you there,
Isn't something missing?
Isn't something...
Knowing you don't care.
And if I sleep just to dream of you
I'll wake without you there,
Isn't something missing?
Isn't something...
ท้ายที่สุดแล้ว ดูจุนก็เดินออกจากห้องผมไปไม่ได้เอ่ยอะไรกับผมอีก
และผมเองก็ไม่คิดจะเอ่ยอะไรกับเขาเช่นกัน
TBC
-------
Writer Talk: มาแล้วค่ะ รีไรท์แบบมึนๆอยู่นาน 55 ใครยังรออ่านเรื่องนี้อยู่ก็เม้นต์ให้กำลังใจกันได้นะคะ ^^ ขอบคุณคะ

จุนโฮเอาแต่ร้องไห้อ่ะ สงสาร ㅠㅠ
ดูจุนน่าจะอ่อนโยนกว่านี้หน่อยโฮจะได้คล้อยตามแต่แรก (?)
ชานก็นะ ที่ว่ารักนั้น จริงรึป่าวก็ไม่รู้ ให้ความหวังเขาอ่ะ ทำงี้ไมเนี่ย
ถ้ารักก็ทำอะไรให้ชัดเจนหน่อยดิ่ ถ้าไม่รักก็ปล่อยโฮซะเหอะ ทรมานเขา
สงสารโฮโว้ยยยย ㅠㅠ
ดูจุนอ่ะ อย่าทิ้งโฮนะ อยู่ข้างๆกันอย่างนี้แหละ ~
ขอบคุณไรเตอร์ :]
#1 By iBnns (103.1.166.28) on 2012-01-29 20:35