(SF-TaecJay) Still in My Heart - 1/4
posted on 19 Dec 2011 04:34 by psychoromance in taecjayTitle: Still in My Heart
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: Taec x Jay
Rate: PG
Genre: -
Paring: Taec x Jay
Rate: PG
Genre: -
Prolouge - In Silence
“สวัสดีครับ ?”
เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูคุ้นเคยเอ่ยตอบรับโทรศัพท์จากปลายสาย เป็นเวลาร่วมเดือนแล้วที่ผมมักจะกดโทรศัพท์ออกไปหาเจ้าของเสียงนั้นในเวลาดึกดื่น แต่ไม่มีเลยสักครั้ง ที่ผมจะเอื้อนเอ่ยอะไรตอบออกไป ไม่มีแม้แต่การกล่าวคำทักทายกลับ ไม่มีแม้แต่การบอกชื่อเสียงเรียงนาม ไม่มีสุ้มเสียงใดๆทั้งนั้น
จะมีก็แต่เพียงความเงียบ ที่จะถูกส่งผ่านมือถือเครื่องเล็กนี้ไปยังคนอีกฝั่งฟาก
แล้วก็เป็นเพียงความเงียบอีกเช่นกัน ที่จะถูกส่งตอบกลับมาโดย เขา
.
.
ผมยังจำความรู้สึกในวันแรกที่ผมสามารถรวบรวมความกล้า ให้กดโทรศัพท์ออกไปหา แทคยอน ได้..
วันนั้. แค่วินาทีแรกที่เสียงเขาแทรกซึมเข้าไปในโสตประสาท ผมก็รุ้สึกประหม่าจนมือไม้สั่นไปหมด หัวใจผมเต้นถี่รัวและแรงจนทำอะไรแทบไม่ถูก ทุกบทสนทนาที่อุตสาห์เตรียมไว้ล่วงหน้าว่าจะพูดก็ดันลืมซะอย่างงั้น ไม่ว่าจะเป็น “แทคยอน นี่เจย์นะ” “นายเป็นไงบ้างได้ข่าวว่าละครกำลังดังนี่?” “คอนเสิร์ตที่จะถึงนี้เตรียมตัวดีรึยัง?” และคำพูดอื่นๆมันกลับถูกกลืนหายลงไปในลำคอเสียหมด
สุดท้ายแล้วผมก็ทำได้แค่นิ่งเงียบ.. ไม่สามารถที่จะเอ่ยคำพูดอะไรออกไปได้เลยแม้แต่คำเดียว และหลังจากที่ความเงียบเข้าครอบงำ แทคยอนใช้เวลาแค่ไม่ถึงนาทีในการกดวางสายของผม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ไม่กดสายทิ้งเร็วอย่างในวันแรกๆ ยิ่งนานวันเข้า ระยะเวลาในการถือสายของเขาก็ยิ่งนานกว่าเดิม บางทีเขาก็ปล่อยเวลาให้ถึงเช้าแล้วค่อยวางสาย บางทีก็เป็นผมที่กดวางไปก่อน บางทีสายก็ตัดไปเองเพราะแบตเตอรี่หมด ทั้งนี้มันก็อาจจะเป็นเพราะเขาต้องการแก้เผ็ดคนที่โทรศัพท์ไปหาเขา แล้วไม่ยอมเอ่ยอะไรออกไปเลยได้ร่วมเดือนก็เป็นได้
อย่างวันนี้ ทั้งผมและเขาก็ปล่อยให้เพียงความเงียบควบคุมบทสนทนาเหมือนเดิม ไม่มีสุ้มเสียงใดๆหลุดออกจากปากเราทั้งคู่ จะมีก็แต่เพียงเสียงลมหายใจที่ดังแว่วมาเบาๆเท่านั้น ที่ทำให้ผมยังพอรู้ว่ายังมีคนถือสายอยู่ที่ปลายสาย
.
.
“วันนี้ก็จะไม่พูดอะไรอีกเหรอไง?”
“....”
รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ได้ยินแทคยอนพูดออกมา มันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคำพูดแรกที่นอกเหนือจากคำว่า “สวัสดีครับ” ที่เขาใช้พูดเวลารับโทรศัพท์ผมทุกครั้งก็ว่าได้ บางทีมันอาจจะถึงจุดที่เขารำคาญผมถึงขีดสุดแล้วหรือเปล่า เขาถึงได้เอ่ยถามกับผมแบบนี้ ?
“ว่าไง โรคจิตเหรอคุณน่ะ?”
น้ำเสียงเขายังฟังดูเรียบๆ เหมือนเป็นคำถามปกติที่ไม่เจืออารมณ์ฉุนเฉียวเท่าไหร่ ผมยังคงไม่ตอบอะไรเขา ไม่รู้จริงๆว่าควรจะพูดอะไรออกไป เพราะทุกอย่างมัน อาจจะ สายเกินไปแล้วที่จะพูด ผมจึงทำได้แค่นิ่งเงียบไว้เท่านั้น
“พูดอะไรบ้างสิ เอาแต่เงียบอยู่ได้”
“ถ้าคราวนี้คุณไม่พูดอีกผมจะวางแล้วนะ แล้วก็ไม่ต้องโทรมาอีกเข้าใจหรือเปล่า?”
“ผมเบื่อที่จะต้องรับโทรศัพท์ที่ไม่มีเสียงตอบรับเต็มทีแล้ว”
“ได้ยินที่พูดไหม ?”
น้ำเสียงแทคยอนจากที่เรียบเฉย ก็เริ่มจะเปลี่ยนเป็นใส่อารมณ์มากขึ้นเมื่อผมยังคงเอาแต่นิ่งเงียบ
.
.
“คุณไม่ต้องโทรมาอีกแล้ว ผมเบื่อที่จะต้องรับโทรศัพท์บ้าๆนี่แล้ว!!”
“พูดอะไรออกมาบ้างสิเป็นใบ้รึไง!!”
“if you don’t wanna talk just fuck off
and don’t ever call me again, got it?”
(ถ้าไม่อยากพูดก็วางหูไปซะ แล้วอย่าโทรมาอีกเข้าใจไหม?!)
“you hear what I said ?!”
(นายได้ยินที่พูดรึเปล่า?!)
“damn!!”
(บ้าเอ๊ย!)
“If you don’t hang up, I’ll do it bastard!”
(ถ้านายไม่วางหู ฉันวางเอง!)
น้ำเสียงหงุดหงิดและคำสบถที่หาฟังได้ยากจากคนอย่างแทคยอนถูกส่งผ่านมา เขาคงจะโมโหมากแล้วสินะตอนนี้
แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็ยังไม่สามารถจะพูดอะไรออกไปได้อยู่ดี ผมไม่สามารถเค้นคำพูดใดๆให้หลุดออกจากปากได้จริงๆ เพราะต่อให้ผมจะพูดอะไรออกไปตอนนี้ มันก็คงไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ทุกอย่าง มันได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“ว่าไง โรคจิตเหรอคุณน่ะ?”
น้ำเสียงเขายังฟังดูเรียบๆ เหมือนเป็นคำถามปกติที่ไม่เจืออารมณ์ฉุนเฉียวเท่าไหร่ ผมยังคงไม่ตอบอะไรเขา ไม่รู้จริงๆว่าควรจะพูดอะไรออกไป เพราะทุกอย่างมัน อาจจะ สายเกินไปแล้วที่จะพูด ผมจึงทำได้แค่นิ่งเงียบไว้เท่านั้น
“พูดอะไรบ้างสิ เอาแต่เงียบอยู่ได้”
“ถ้าคราวนี้คุณไม่พูดอีกผมจะวางแล้วนะ แล้วก็ไม่ต้องโทรมาอีกเข้าใจหรือเปล่า?”
“ผมเบื่อที่จะต้องรับโทรศัพท์ที่ไม่มีเสียงตอบรับเต็มทีแล้ว”
“ได้ยินที่พูดไหม ?”
น้ำเสียงแทคยอนจากที่เรียบเฉย ก็เริ่มจะเปลี่ยนเป็นใส่อารมณ์มากขึ้นเมื่อผมยังคงเอาแต่นิ่งเงียบ
.
.
“คุณไม่ต้องโทรมาอีกแล้ว ผมเบื่อที่จะต้องรับโทรศัพท์บ้าๆนี่แล้ว!!”
“พูดอะไรออกมาบ้างสิเป็นใบ้รึไง!!”
“if you don’t wanna talk just fuck off
and don’t ever call me again, got it?”
(ถ้าไม่อยากพูดก็วางหูไปซะ แล้วอย่าโทรมาอีกเข้าใจไหม?!)
“you hear what I said ?!”
(นายได้ยินที่พูดรึเปล่า?!)
“damn!!”
(บ้าเอ๊ย!)
“If you don’t hang up, I’ll do it bastard!”
(ถ้านายไม่วางหู ฉันวางเอง!)
น้ำเสียงหงุดหงิดและคำสบถที่หาฟังได้ยากจากคนอย่างแทคยอนถูกส่งผ่านมา เขาคงจะโมโหมากแล้วสินะตอนนี้
แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็ยังไม่สามารถจะพูดอะไรออกไปได้อยู่ดี ผมไม่สามารถเค้นคำพูดใดๆให้หลุดออกจากปากได้จริงๆ เพราะต่อให้ผมจะพูดอะไรออกไปตอนนี้ มันก็คงไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ทุกอย่าง มันได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากที่จะสามารถเลือกหาคำพูดดีๆสักคำ หรือแม้แต่ล้านคำ มาพูดให้เขาได้เข้าใจทุกๆอย่างที่ผมต้องการจะบอกเขา แต่ไม่ว่าผมจะพยายามเฟ้นหาแค่ไหน มันก็ไม่มีคำพูดใดที่จะเหมาะสมเพียงพอกับสิ่งที่ผมอยากจะบอกเขาเลย แม้แต่คำเดียว
.
.
.
“hang up the phone and get out of my life”
(วางหู แล้วออกไปจากชีวิตฉันซะ)
.
.
“…Taec…”
.
.
.
TBC.
writer Talk: ฟิคนานมากกกกกกกกกแล้วแหล่ะ แต่ลืมเอามาลง (ลืมเมนตัวเองได้ไงฟะ lol) มีใครยังอ่านคู่นี้มั้งม้อย?
Tags: jay, taec, taecboem, taecxjay, taecyoenxjaeboem3 Comments

อ่านอยู่นะคะ ไรเตอร์ต่อเดี๋ยวนี้เลย
นะๆๆๆ
ขอบคุนสำหรับฟิคค่ะ
#1 By Demon_pnzisvip on 2011-12-19 08:19