(SF-ChanHo) My Patient - 01

posted on 17 Dec 2011 05:13 by psychoromance  in channuneo
Title: My Patient
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: JunhoxChansung

Rate: PG

Genre: Romantic Comedy 
 
 
** อ่านชื่อคู่ไม่ผิดหรอกฮ่ะ 55555555 LOL ฟิคแนวตลกฝืด ที่หาได้ยากยิ่งในคลังงานเขียนของ Yochan ภูมิใจนำเหนอมั่กๆ >w< พร้อมแล้ว ลองอ่านโลด!!!
 
 
 
 
Prologue
 
 
 
    เป็นเรื่องเคยชินสำหรับผม ที่จะต้องพบเจอกับบรรยากาศแบบเดิมๆในโรงพยาบาลกระจอกๆนอกเมืองของรัฐที่มาทำงานใช้หนี้อยู่ บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยกลิ่นคละคลุ้งของยา ผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือด คลอไปกับเสียงโอดครวญและคร่ำครวญทั้งจากคนไข้และญาติคนไข้ สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในแต่ละวัน
 
   ตอนแรกที่เลือกมาที่โรงพยาบาลนี้ ก็คงเพราะผมยังมีอุดมการณ์อันสูงส่ง อยากจะช่วยคนยากคนจนที่ต้องมารักษาในสถานที่ที่ขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรอย่างที่นี่อยู่บ้าง แต่พอนานวันไป ผมก็รู้ซึ้งว่า อุดมการณ์มันไม่ได้ทำให้คุณกินอิ่มท้อง  แล้วอุดมการณ์ มันก็ไม่ได้ช่วยให้คุณสามารถปฏิเสธความเป็นจริงของโลกที่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาได้เลยแม้แต่น้อย   
 
    ไม่มีเงินก็ไม่มีอำนาจเรียกร้องอะไร นั่นคือความจริง เพราะงั้นการยึดติดกับอุดมการณ์มัวแต่ทำงานต๊อกต๋อยอยู่ในนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ สู้ไปทำงานหาเงินให้ได้มากๆในโรงพยาบาลเอกชนดีๆยังดีซะกว่า  แล้วถ้าการทำงานควบสองกะเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยให้ผมหมดพันธะกับที่นี่ได้เร็ว  อีจุนโฮ  แพทย์หนุ่มอย่างผมก็ยอม
 
    แต่ใครจะรู้ล่ะครับ ว่าในขณะที่อีกแค่ไม่ถึงหนึ่งปีผมก็จะได้ไปจากที่นี่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ดันมาเกิดขึ้นเสียก่อน แล้วผมจะเลือกอะไรดีระหว่างอุดมการณ์ที่เคยทิ้งไปแล้ว หรืออิสระภาพและเงินทองหลังจากย้ายโรงพยาบาล?

    ผมว่าพระเจ้าคงกำหนดทางเลือกที่ดีที่สุดมาให้ผมแล้วล่ะ...
 
 
 
 
 
.................
 
 
 
 
 
Before Morning

  
 
 
 
  ค่ำคืนที่ฝนตกหนัก ถนนชื้นแฉะไปด้วยน้ำ ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามันจะกลายเป็นค่ำคืนแห่งโชคชะตา ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผม ไปทั้งชีวิต...

 
1

 
 
    ((ซ่าๆ…))
   

    “เห้ยยยย อะไรวะ!!”

    ผมส่งเสียงร้องดังลั่นอย่างตกใจ ที่อยู่ๆเจ้าหนูเวสป้าคันโปรดก็ดันมาดับเอาดื้อๆระหว่างทางไปเข้ากะดึกที่โรงพยาบาล ไม่รู้ว่าทำไมมันต้องมาเป็นเอาวันที่ฝนตกหนักอย่างนี้ด้วยก็ไม่รู้ แล้วนี่ผมก็กำลังค้างเติ่งอยู่กลางถนนที่เรียกได้ว่าเป็นถนนสายมรณะซะด้วยสิ ช่างซวยจริงๆเล้ย ให้ตายเหอะ
 
    ส่วนที่ว่าถนนสายนี้เป็นถนนสายมรณะน่ะเหรอครับ? ก็มันมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันว่า เคยมีคนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาแถวนี้ตอนกลางคืน เกิดเห็นซากรถบุบๆเบี้ยวๆเหมือนพวกรถที่เกิดอุบัติเหตุมาจอดขวางทางอยู่กลางถนน แล้วพอลงไปดูเท่านั้นแหละ... กลับเจอแต่ถนนโล่งๆเท่านั้น!!!!!
 
 
    บรื๋อออ... น่ากลัวใช่มั้ยล่ะครับ!! จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากจะใช้เส้นทางนี้นักหรอก แต่มันเป็นถนนเส้นเดียวที่จะใช้ไปโรงพยาบาลผมได้โดยไม่ต้องเสียค่าทางด่วนนี่สิ ผมเลยต้องขี่รถผ่านที่นี่ทุกวันอย่างจำใจ ถึงจะไม่เคยเจอเรื่องอย่างที่เขาร่ำลือกัน แต่ผมก็มีสิทธิ์กลัวไปก่อนเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ
  
    “เอาล่ะ ลูกพ่อ ติดสิลูก กินข้าวมาแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าดื้อสิคร๊าบบ”
 
    ผมเอ่ยพลางก้มลงลูบๆคลำๆลูกรักอย่างเอาใจโดยไม่แคร์สายฝนที่โหมกระหน่ำหนักลงมายังพื้นโลก เนื้อตัวผมเปียกปอนไปหมด ใบหน้าก็เกาะพราวไปด้วยหยดน้ำ สภาพนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย แม้จะลองสตาร์ทรถดูใหม่แล้วอะไรก็แล้ว ลูกผมก็ยังไม่มีอาการตอบสนองใดๆทั้งสิ้น ผมตัดสินใจหันไปมองซ้ายที มองขวาที ก็กะว่าหาคนช่วยสักหน่อยแต่รอบข้างมันกลับไม่มีใครอยู่...

 
 
 
   เอาล่ะสิ... อย่าบอกนะว่าที่นี่มีผมอยู่คนเดียว? ผมรีบจัดการสตาร์ทรถซ้ำไปซ้ำมาด้วยอาการหวาดหวั่นทันที แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหนูเวสป้ามันจะงอนผมไปซะแล้ว แค่คิดว่าถ้ารวยจะไปถอยรถสปอร์ตมาขี่แทนแค่นี้เองนะ ดันเครื่องดับประชดความคิดผมซะได้ โว้ะ สุดท้ายผมก็จำใจเข็นลูกรักลูกชังของผมออกไปอยู่ข้างทางแทน ก็ฝนตกหนักแบบนี้ถ้ายังขืนโชว์ตัวอยู่กลางถนนสายหลักเข้าออกนอกเมืองมันคงไม่ดีแน่ ยังไงระวังไว้ก็คงดีกว่า ว่าแต่ว่า... ผมจะหาทางไปโรงพยาบาลยังไงดีล่ะเนี่ย?
   
    และแล้วแสงไฟวาบจากไฟหน้ารถบรรทุกที่อยู่ไกลๆ มันก็มาแยงตาขัดจังหวะความคิดของผมเข้าให้...
   
    ปิ๊ง!!
   
    อะฮ้าาาา หรือว่าผมควรจะโบกเรียกดีน้า...? ด้วยเสน่ห์แพทย์หนุ่มอย่าง อีจุนโฮ คนขับต้องรีบจอดรับแน่ๆ ว่าแล้วก็ไม่รีรอที่รีบจะยื่นแขนออกและโชว์นิ้วโป้งขึ้นเพื่อให้รถบรรทุกที่กำลังขับมาสังเกตุเห็น คนขับจะได้หยุดรับผมที่ตัวเปียกเหมือนลูกหมาขึ้นรถไปด้วย หึหึหึ... คนอะไรความคิดดีเป็นบ้า

    ระหว่างที่ผมกำลังโบกรถบรรทุกอยู่  จู่ๆก็มีเสียง แปร๊นนนน!!! แสบแก้วหูดังขึ้น ไม่ต้องบอกก็พอรู้ว่าเป็นเสียงของรถมอเตอร์ไซค์ขับเร่งเต็มสปีดมา  แต่กลางสายฝนอย่างนี้เนี่ยนะ? ไม่กลัวตายหรือไงวะ
 
    คิดได้ดังนั้น ผมก็หันหน้าไปตามเสียงเพื่อดูไอ้มอเตอร์ไซค์คันที่ว่านี้ซะหน่อย อยากจะเห็นหน้าคนขับเหลือเกิ๊น แต่เดี๋ยวก่อน! ทำไมผมไม่ยักกะเห็นมอเตอร์ไซค์ที่ไหนเลยอ่ะ เห้ย!! มันคงไม่มีโกสต์ไรเดอร์อย่างที่เขาร่ำลือกันจริงๆหรอกนะ!?
 
    ผมรีบท่องบทสวดอะไรก็ได้ที่พอจะนึกออกทันที เผื่อว่าจะหายหูฝาด...    

   
    “เดชะพระนาม นะโมนะโม อามิตตาพุทธ...”
 
  
 
 
     “...”
     เสียงเร่งเครื่องของรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวยังคงดังใกล้เข้ามาทางผมเรื่อยๆ ประกอบกับรถบรรทุกคันนั้นก็วิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีๆ อย่างนี้คงมีทางเดียวก็คือ... ต้องภาวนาให้รถบรรทุกมาถึงผมก่อนไอ้โกสต์ไรเดอร์นั่น!!
     พระเจ้า!! ช่วยลูกด้วย!!! 

 

 

 

 
    แต่แล้ววินาทีที่ผมขวัญผวาไปชั่ววูบ... เสียงบีบแตรจากรถบรรทุกก็ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรคดัง เอี๊ยดดดด และเสียง โครมมมมมม ดังกระหึ่ม ภายในระยะเวลาไม่ถึงเสี้ยววิ...

    รถมอเตอร์ไซค์สี่สูบแบบสปอร์ตไบค์สีดำปะทะเข้ากับรถบรรทุกอย่างจังๆต่อหน้าต่อตาผม

    ผมอ้าปากค้างด้วยความช็อค...

    อย่างที่บอกว่าผมเห็นแค่แสงไฟจากรถบรรทุก แล้วไอ้มอเตอร์ไซค์คันนั้นมันมาจากไหน ไฟน่งไฟหน้า ไม่เปิดหรือไง? แต่เปิดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะ…
 
 
    ภาพเครื่องยนต์แตกกระจุยกระจายไม่มีชิ้นดี ตามมาด้วยภาพของร่างมนุษย์ที่ขับมอเตอร์ไซค์คันเท่ห์นั่นลอยละลิ่วด้วยแรงเหวี่ยงร่วงลงกระแทกพื้นคอนกรีตแข็งๆเข้าอย่างแรง มันถูกฉายราวกับภาพยนตร์ที่ถูกกรอให้ช้าลง ทุกฉากทุกตอนช่างชัดเจน จนเกินไป...
   
    และแล้วร่างนั้นกระดอนมาหยุดกึก… ที่ปลายเท้าผม…
 
 
    แสงไฟติดๆดับๆจากหลอดไฟข้างถนน และแสงไฟจากไฟหน้าของรถบรรทุกที่จอดอยู่ ทำให้พอเห็นสีของเลือดแดงฉานที่เริ่มไหลออกจากตัวโกสต์ไรเดอร์คนนั้นผสมปนเปไปกับสายฝนบนพื้นลางๆ ร่างเขาขยับสั่นไหวน้อยๆบ่งบอกสัญญาณชีวิตที่ยังคงหลงเหลือ ด้วยสัญชาตญาณของแพทย์ ทำให้ผมรีบเข้าไปช่วยนักซิ่งผีนี่ทันที
 
   
    “บ้าเอ๊ย!! ไฟหน้าก็ไม่เปิด แถมยังขับเร่งกลางฝนเนี่ยนะ!”

    ผมตะโกนแข่งกับสายฝนพลางค่อยๆถอดหมวกกันน็อคที่แตกร้าวของคนเจ็บออกอย่างระมัดระวัง แล้วรีบถอดเสื้อนอกตนเองไปรองศีรษะและกดไปที่แผลของเขาเอาไว้ ตอนนี้ปากของคุณโกสต์ไรเดอร์เริ่มพะงาบๆสำลักเลือดแดงฉานออกมาเต็มไปหมด

   “คุณแข็งใจไว้นะ!!”  ผมตะเบ็งเสียงให้ซึมแทรกเข้าไปในโสตประสาทร่างที่นอนอยู่ พวกหมออย่างผมรู้ดีว่าเวลาแบบนี้มันดวงดีอย่างเดียวไม่พอ แต่ใจต้องสู้ด้วยถึงจะรอดเงื้อมมือมัจจุราชไปได้ เท่าที่เห็นอาการเขาก็หนักไม่ใช่น้อย ทั้งแขนหักจนกระดูกโผล่ออกมา แล้วยังบาดแผลภายในที่มองไม่เห็นอีกล่ะ...

    “อ่อกๆ...”
    คนเจ็บเริ่มสำลักเลือดตัวเองที่อยู่ในปาก ก่อนจะใช้แขนข้างที่ไม่หักของเขาคว้าหมับเอาที่คอเสื้อผม ราวกับว่าเขาต้องการจะดึงผมให้เข้าไปฟังคำสั่งเสียอย่างนั้นแหละ  ไม่ ผมไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น!!

    ระหว่างที่ผมกำลังใช้มือควานหาโทรศัพท์มือถือตัวเองเพื่อเรียกรถพยาบาล จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นฉุดความสนใจผมไปชั่วครู่
   
    “น้อง!! เป็นอะไรมากไหม!!”
    เป็นเสียงเรียกของคนขับรถบรรทุก ตอนแรกผมคิดว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วเสียอีก
 
    “ไม่ค่อยดีครับ ต้องไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด” ผมหันหน้าไปตะโกนบอกเขา แข่งกับเสียงสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ คนขับรถบรรทุกรีบเดินฝ่าฝนมายังร่างของโกสต์ไรเดอร์ทันที ก่อนจะเสนอความคิดออกมา
 
    “งั้นรีบพาคนเจ็บขึ้นรถเถอะ!!”
    เขาเอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน ผมพยักหน้าตอบรับแล้วให้คนขับรถช่วยเคลื่อนย้ายร่างคนเจ็บอย่างระมัดระวัง รู้สึกผิดไม่น้อยที่แอบคิดว่าเขาจะขับรถหนีไปตั้งแต่แรก คนเราไม่ควรตัดสินอะไรเร็วเกินไปจริงๆ

    ผมตัดสินใจตามขึ้นรถบรรทุกไปโดยที่ทิ้งลูกรักเวสป้าไว้อยู่ตรงนั้น บอกทางคนขับให้ตรงไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ซึ่งก็คือโรงพยาบาลที่ผมทำงานอยู่ ตลอดทางผมพยายามจะเอ่ยกับพ่อหนุ่มโกสต์ไรเดอร์และกุมมือเขาไว้แน่นเพื่อให้เขายังรู้สึกตัว  เวลาแบบนี้ถ้าเขาวูบไปทีแล้วล่ะก็ คงยากที่จะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
 
 
 
    ...
    .........
 
 
 
    และแล้วพวกผมก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลในระยะเวลาไม่นาน แต่ไม่นานที่ว่ามันก็ทำให้คนเจ็บขั้นโคม่าอย่างหนุ่มนักซิ่งผีนี่อาการทรุดได้มากเชียวล่ะ ร่างเขาค่อยๆถูกเคลื่อนย้ายอีกครั้งไปยังเตียงฉุกเฉิน หน้ากากอ็อกซิเจนถูกสวมอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมให้เข้าห้องผ่าตัด
 
    ผมยืนอยู่ใกล้ๆและจ้องมองชายหนุ่มคนนั้นไว้จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายก่อนที่ประตูห้องผ่าตัดจะปิดลง ตอนนี้แพทย์ใหม่อย่างผมคงทำได้แค่เชื่อใจทีมผ่าตัดข้างในนั่นเท่านั้น ยังไงวันนี้ ก็ขอให้มันเป็นวันดีของเขาที่สามารถมีชีวิตรอด  แทนที่จะเป็นวันร้ายๆด้วยเถอะ

 
 
 
2
 
 
 
 
    หลังจากที่หนุ่มโกสต์ไรเดอร์ถูกส่งเข้าไปยังห้องผ่าตัดแล้ว ผมก็เดินไปยังวอร์ดประจำของตนเองเพื่อเข้าเวรดึก ผมเงยหน้ามองนาฬิกาสีขาวที่แขวนไว้ตรงผนัง ‘มาเข้าเวรได้ทันอย่างหวุดหวิด’ ถึงอย่างนั้นสภาพผมตอนนี้ก็ดูแทบไม่ได้ เสื้อผ้าผมเผ้านี่เปียกโชก แถมตัวยังเปรอะไปด้วยเลือดอีกต่างหาก ถ้าพวกพยาบาลไม่รู้ว่าผมเป็นหมอด้วยแล้ว พวกเขาคงคิดกันว่าผมเป็นคนไข้อีกคนแน่ๆ

    “อ้าว จุนโฮนึกว่าจะมาไม่ทันเข้าเวรซะละ แล้วทำไมตัวเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำอย่างนี้วะ?”
 
    เสียงกวนๆของใครบางคนดังแว่วมาจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าเจ้าของเสียงคือ ยุนดูจุน เพื่อนสนิทผมที่ยังคงมีอุดมการณ์ทางการแพทย์หลงเหลืออยู่เต็มเปี่ยม เขาเดินอ้อมมาทางด้านหน้า เพื่อให้ผมเห็นเขาทำท่ายักคิ้วหลิ่วตาส่งมาให้อย่างชัดๆ ถ้าไม่เห็นว่าเมื่อครู่เพิ่งเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หมอนี่ต้องโดนผมเสยคางสักทีโทษฐานกวนteenไม่ดูตาม้าตาเรือ (ไม่ใช่ตาอีจุนโฮ เพราะมีแต่คนบอกว่ามันไม่มีให้ดู...) ชิส์
 
    “อยากลองตากฝนทำมิวสิคดู”
    ผมเอ่ยพลางแยกเขี้ยวใส่ดูจุนกลับ เขาหัวเราะหึๆในลำคอตอบ

    ดูจุนกับผมรู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนแพทย์ รู้ไส้รู้พุงกันจนไม่อยากจะรู้ หนำซ้ำยังเคยเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันเสียด้วยซ้ำ แต่ผมก็กลับทรยศเขาได้โดยไม่เคยรู้สึกผิดสักนิด ทำไงได้ กาลเวลายังเปลี่ยน มีหรือที่ผมจะไม่เปลี่ยน ดูจุนเองมันยังเปลี่ยนไปเล้ย ก็เปลี่ยนจากคนที่เห็นหน้าเมื่อไหร่แล้วคันเท้า  กลายเป็นคนที่เห็นหน้าเมื่อไหร่แล้วอยากจะเอาหน้ามันมาเกาเท้า...
 
    “รีบไปเปลี่ยนชุดไปนายน่ะ คืนนี้คงวุ่นเหมือนเดิม ยิ่งคืนฝนตกหนักอย่างนี้ด้วย”
    ไหล่ผมถูกตบแรงๆดังป๊าบๆจนหน้านี่เกือบจะทิ่มพื้น ถ้าไม่เห็นว่าผมต้องใช้เวลาในการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล่ะก็ ผมคงจะรีบปล่อยให้ตัวเองหน้าทิ่มแต่เท้ากระดกชี้หน้าดูจุนแน่ๆ หึหึหึ...
 
 
 
   ...
   .........

 
 
    แล้วคืนนี้ก็เป็นอย่างที่ดูจุนพูดไว้ไม่มีผิด ร่างคนเจ็บคนแล้วคนเล่าถูกหามส่งเข้ามารักษาไม่ขาดสาย ก็คืนฝนตกหนักแบบนี้มันมักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นง่ายและถี่กว่าเดิม ดูอย่างเจ้าหนุ่มโกสต์ไรเดอร์นั่นเป็นตัวอย่างก็ได้ พวกผมทุกคนเลยทำงานกันจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือดแทนคนไข้กันเลยทีเดียว ผมวิ่งไปเตียงโน้นทีเตียงนี้ทีจนวุ่นไปหมด กว่าจะได้หยุดพักก็ปาเข้าไปตอนเช้าแล้วนั่นแหละ
 
 
   “เห้อออ... เหนื่อยเป็นบ้าเลยว่ะ”
    ดูจุนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงล้าๆระหว่างที่พวกเรานั่งพักกันอยู่แถวเครื่องกดน้ำ  ผมหมดเรี่ยวแรงที่จะตอบจึงได้แต่มองลอดผ่านมู่ลี่หน้าต่างออกไปเรื่อยเปื่อย  แสงสีทองค่อยๆสาดส่องเข้ามากระทบสายตาผมช้าๆ ผมจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลากสังขารเน่าๆไปเปิดมู่ลี่ขึ้นเพื่อให้เห็นภาพภายนอกให้ชัดเจน

    ภาพท้องฟ้าสีส้มสวยงามดูสดใสที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อคืนเพิ่งจะมีพายุโหมกระหน่ำอย่างหนักลงมา ที่เขาว่ากันว่าฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจนทำให้ความเหนื่อยของผมหายเป็นปลิดทิ้งจริงๆ
   
   ผมกับดูจุนนั่งพักนั่งดื่มกาแฟกันต่อได้สักพัก ดูจุนก็ขอแยกตัวออกไปทำงานต่อ สมแล้วที่ยังมียังอุดมการณ์หลงเหลือ ผมจึงตัดสินใจเดินแยกไปอีกทางระหว่างที่ยังมีเวลาพักบ้าง กะว่าจะไปดูอาการพ่อหนุ่มโกสต์ไรเดอร์คนนั้นที่ห้องไอซียูสักหน่อย
 
 
    เมื่อไปถึงผมก็สอบถามอาการจากพี่หมอเจ้าของเคส เขาบอกว่าหมอนี่โคตรจะถึก ทั้งๆที่บาดแผลทั้งภายนอกและภายในไม่ใช่น้อยๆ แต่เขาก็ยังสามารถเอาชีวิตรอดพ้นขีดอันตรายมาได้ ช่างอึดเกินมนุษย์ทั่วไปจริงๆ (ก็แน่ล่ะ เขาเป็นโกสต์ไรเดอร์นี่นา ใช่มนุษย์ทั่วไปที่ไหนกัน)
 
   ถึงอย่างนั้น พี่หมอก็บอกว่าเขายังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงอยู่อีกอย่างนึงตรงที่สมองเขาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทำให้อาจจะต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราก็ได้  แต่เป็นเจ้าชายนิทรายังไง เขาก็ยังมีสิทธิตื่นขึ้นใช่มั้ยล่ะครับ นับว่ามันก็ยังไม่เลวร้ายไปเสียทีเดียวนักหรอก (ผมคิดว่างั้นนะ)
 
 
    เมื่อพี่หมอแยกตัวออกไปพัก ผมก็ย่างเท้าเดินไปยังเตียงคนไข้ของพ่อหนุ่มนักซิ่ง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงเครื่องวัดชีพจรดังแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ สายเลือดและสายยาต่างๆระโยงระยางอยู่รอบตัวเขาเต็มไปหมด
 
   ตอนนี้เขาเปลี่ยนเป็นสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาลแล้ว บนศีรษะมีผ้าพันแผลพันอยู่ แขนและขาก็ถูกใส่เฝือกเอาไว้ แม้ใบหน้าจะไม่เปรอะเลือดอย่างในตอนแรก แต่ตาเขากลับปิดสนิท ถ้าต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราขึ้นมาจริงๆจะทำยังไงกันนะ? เห็นแล้วก็อดสงสารคนยังหนุ่มยังแน่นที่ต้องมาเจ็บหนักไม่ได้จริงๆ
 
 
    ระหว่างที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าควรจะหาทางติดต่อญาติเขา ผมจึงเดินไปดูเสื้อผ้าที่ถูกถอดวางไว้อยู่ข้างๆ เผื่อว่าจะสามารถหาของที่พอจะช่วยระบุตัวเขาได้ ผมหยิบเสื้อหนังสีดำตัวเท่ห์ที่เต็มไปด้วยเลือดออกจากถุงพลาสติกที่วางอยู่ที่โต๊ะข้างๆ พยายามล้วงหาข้าวของก็ไม่เจออะไรสักอย่างเดียว จึงได้แต่ลองค้นหาจากกางเกงยีนส์ที่สภาพเยินไม่ต่างจากเสื้อต่อ และแล้วผมก็ล้วงเจอกระเป๋าเงินเขาเข้า...
 
    “ขอถือวิสาสะเชคหน่อยละกันนะ...”
    ผมเอ่ยลอยๆโดยไม่ได้หวังให้มีการตอบรับอะไร ก็เขาจะตอบรับผมได้ยังไงกันในเมื่อมีอาการขั้นโคม่าแบบนี้ ผมเริ่มดึงบัตรที่สอดอยู่ในกระเป๋าเงินออกมาดู มันเป็นใบขับขี่ ดูจากรูปที่ติดอยู่ด้วยแล้ว เป็นเขาไม่ผิดแน่
 
 
    “ฮวาง ชานซอง.. อายุ..” เท่าผมจริงๆด้วยแฮะ.. “ที่อยู่xxxx..” แล้วไหนล่ะเบอร์ติดต่อ??
 
    ผมรื้อค้นไปเรื่อยๆก็ไม่เจออะไรอย่างอื่นนอกจากแบงค์หมื่นวอนสองสามใบช่างเป็นกระเป๋าเงินที่มีแต่เงิน(และใบขับขี่)จริงๆ มือถือเขาก็ไม่มี นี่เขาเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย? สุดท้ายผมก็ทำได้แค่ส่งต่อใบขับขี่นั่นให้แผนกบุคคล เผื่อว่าจะหาทางติดต่อญาติให้มาดูอาการได้บ้าง และก่อนที่ผมจะกลับออกไป ผมก็ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้เตียงเขาอีกครั้ง ยื่นมือข้างนึงไปจับมือเขาแน่นๆ แล้วเอ่ยกับร่างนั้นเบาๆ
 
 
    “ขอให้หายไวๆนะครับ คุณฮวางชานซอง”
 
 
 
 
 
 
 
   TBC
 
 
 
 
--------
 
 
 
Writer Talk: 
 
จบไปหนึ่งตอน หลายคนคงอ่านแล้วแบบแปลกใจนิดนึงว่าเรื่องนี้แหวกแนวคนเขียนสุดๆ เพราะปกติเราจะไม่ค่อยเขียนแนว comedy เท่าไหร่ แต่เอาจริงๆมันคงจะฝืดๆบ้างนะบางมุข (ของมันไม่ถนัดนี่เนอะ) เห้ะๆ ขออภัยล่วงหน้าหากมันไม่ขำ แล้วก็อ่านไปเรื่อยๆระวังความทะลึ่งของคุณหมอคนนี้ให้ดีๆล่ะ คริๆ >w<
 
เรื่องนี้เขียนจบแล้ว ยังไงใครผ่านมาอ่านก็เม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮาฟฟฟ ตอนต่อไปจะได้มีกำลังใจมาอัพเร็วๆ _/\_
 
ปล. ข้าพเจ้ามีทวิตเตอร์แล้วนะ @yochan_xho ใครอยากคุยอยากเม้าแอดมาได้ โดยปกติข้าพเจ้าจะไม่เวิ่นหรือทวิตเรื่องผู้ชายเท่าไหร่ จะทวิตข่าวสารการเมืองและมรสุมชีวิตเสียมากกว่า (โปรยคำเตือนแล้วนะ 555) แต่ก็ยินดีถ้าจะมีคนมาแอดชวนคุยนอกเรื่องบ้างนะฮวาฟฟฟฟฟ >o<
 

 
 
 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบบบบบ ชอบแนวนี้ที่ซู้ดดดด
เปิดตัวคาแรคเตอร์นุ้งโฮน่ารักที่ซู้ดดด
ฮามากๆค่ะ

ติดตามค่ะ!!!!question

#1 By bonussen (14.207.194.107) on 2011-12-17 12:34

คือน้องโฮ รุก เลิศศศศศศศศศ

เจ็บที่สุด อิหมีตายคาอกน้องโอแน่ 55555555555555

#2 By andasongsomeone on 2011-12-17 19:16

กลับขึ้นไปดูหัวอีกที
Junho x Chansung จริงๆ ด้วย
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

นึกภาพไม่ออก แต่ท่าทางจะมันส์
ชานซองนู๋เป็นอะไรคะ มาถึงก็ดับเครื่องชนซะงั๊น

#3 By LoveLove_CS (115.87.24.215) on 2011-12-19 19:53

Junho x Chansung!!!!! อุกรี้ดดดดดดดดดด!!!!
อ๊ากกก ว๊ากกก กัดปาก ปาข้าวของ *เริ่มเว่อร์แล้ว* -____-
ที่กรี้ดนี่ไม่ใช่อะไรนะค่ะ ถูกใจอ่ะ ><

คาแรคเตอร์โฮใช่มาก สุดๆจะชอบบ น้องโฮดูหลุดๆนิดๆ แต่น้องโฮก็เป็นหมอนะ!!
เหมือนจะน่ากลัวแต่กลายเป็นฮานะเนี่ย 555
ชานเป็นโกสไรเดอร์ กร๊ากก เอ๊ะอะอีท่าไหนชานรถล้มเฉยเลย ดูทำเข้า ไฟหน้าก็ไม่เปิด แถมยังขับเร่งกลางฝนอีก -____-

สนุกค่ะ!! >< แว๊บไปอ่านตอนต่อไป อิอิ

#4 By Pimpalalla (171.7.223.138) on 2011-12-23 22:39

ไปอ่านตอนสองมาแว้ว ก็แวบมาอ่านตอน1 ก่อนดีกว่าเพื่อความต่อเนื่องและรู้ที่มาที่ไป sad smile

เขียนดีมากๆเลยค่ะ ภาษาก็ดีมากๆแบบที่ชมไปในตอน 2 (555 คนบ้าอะไรอ่านข้ามไปข้ามมา)

มาเม้นท์เป็นกำลังใจให้นะคะ //กระซิบบอกดังๆว่ามุกไม่ฝืดเลยน้า เขียนได้น่ารักจริงๆ big smile

#5 By ฺฺBdoubleOM (115.87.159.215) on 2012-01-31 04:40

อิหมีคอดอะไรถึงได้ซิ่งเป็นโกสต์ไรเดอร์อย่างนั้นอ่ะ

#6 By happyrose on 2012-03-04 14:03

พี่แซนโหดดดด ชานเละเป็นโจ๊กเลยอ่ะ ! แขนขาหัก กระดูกโผล่ อ่าาาน่ากลัว สะเทือนใจไงไม่รู้ จะเป็นเจ้าชายนิทราอีกกก เอาเข้าไป แต่ก็ยังดีที่รอดนะ เพราะถ้าไม่รอดเรื่องคงจบ. -"- จุนโฮเป็นหมอออ! เจ๋งๆแหวกแนวดี มีดูจุนด้วย อ่าาา -/- 5555 เป็นห่วงชาน สงสารชาน หายเร็วๆนะชาน ตื่นมาเจอหมอโฮที่น่ารักเร็ว โฮห้าวอ่ะะะ

#7 By iBnns (111.84.79.172) on 2012-03-06 00:24

โฮมามาดใหม่ไฉไลกว่าเดิม คุณหมอออ

แล้วชานจะฟื้นไหมเนี่ย

#8 By Lady อังอัง on 2012-04-06 01:40