(SF-DujunHo) Exit to Eden # Lonely Moon

posted on 14 Oct 2011 00:17 by psychoromance  in DujunxJunho
Title: Lonely Moon
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: DujunxJunho
Rate: PG - NC
Genre: -








Lonely Moon







หลังจากไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในโซลได้สี่ปี บวกกับใช้ชีวิตเป็นพนักงานออฟฟิสหลังเรียนจบอีกสองปี ผมก็ตัดสินใจย้ายกลับมาบ้านเกิดอย่างถาวร เหตุผลก็เพราะอยากจะรักษาใจตัวเอง จะว่าหนีปัญหาก็ไม่แปลก ผมก็แค่ไม่อยากเจอ เขา...


กลับมาครั้งนี้ผมไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังพาเจ้าแมวน้อยสีเทาตัวอวบอ้วนกลับมาด้วย จะทิ้งมันไว้ที่โซลให้พ่อกับแม่ดูแลก็เกรงใจ เลยตัดสินใจหอบหิ้วกันมาถึงอิลซาน เจ้าแมวอ้วนทำท่าไม่ชอบใจบ้านนี้ในแวบแรกที่มาถึง เอาแต่ขู่ฟ่อสิ่งรอบตัวยกใหญ่ แต่หากนานไปผมคิดว่ามันคงชินไปเอง เพราะไม่กี่นาทีหลังจากนั้นเจ้าอ้วนโกแมงอีก็รีบวิ่งแจ้นไปไล่จับนกกระจิบตรงสวนหย่อมหน้าบ้าน


มองโกแมงวิ่งเล่นได้สักพักก็ต้องทอดถอนหายใจยาวๆ สายตาพลางเหลือบมองไปยังกล่องสัมภาระต่างๆที่ขนกลับมา ข้าวของไม่มากไม่น้อย หากแต่ก็คงทำให้เหนื่อยในการจัดเก็บอยู่ ทำให้กว่าจะทำอะไรเสร็จสิ้นเรียบร้อยก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่า เจ้าโกแมงอีก็เริ่มร้องแง้วๆหิวข้าวอยู่ข้างๆขา


"หิวแล้วสิ?" ผมก้มลงเอ่ยถามเจ้าแมวน้อย

มันเอาหัวมาถูไถเป็นการตอบ ผมยิ้ม แล้วเดินไปหยิบทั้งอาหารแมวและอาหารคนกลับมาที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว วางจานอาหารแมวตรงพื้น แล้วผมก็นั่งทานอาหารสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อบนโต๊ะอย่างเหม่อๆ

รู้ตัวอีกทีทุกอย่างรอบกายก็เริ่มเงียบกริบ เจ้าโกแมงอีไม่ส่งเสียงใดๆ มีแค่เสียงช้อนส้อมกระทบจานข้าวให้ได้ยินเท่านั้น


"อ้วน?"

ผมเอ่ยเรียกเจ้าแมวอ้วนพลางก้มลงดูว่ามันทำอะไรอยู่ ตอนนี้มันเอาแต่จ้องมองไปทางประตูบ้านเขม็งแล้วก็เริ่มขู่ฟอดๆ จนผมต้องเดินออกไปดูว่ามีอะไรอยู่นอกบ้านหรือไม่


ปรากฏว่าไม่มี



ไม่มีวี่แววว่าจะมีมนุษย์คนไหนอยู่หน้ารั้วนอกบ้าน เจ้าโกแมงอาจจะตกใจเสียงจิ้งหรีดที่เอาแต่ร้องดังระงมจากสนามหญ้าหน้าบ้านก็ได้ ทว่าพอจะหันกลับไปปิดประตู สายตาผมก็เหลือบเห็นร่างของใครคนหนึ่งยืนเท้าแขนกับขอบหน้าต่างชั้นบนของบ้านข้างๆ

เจ้าของใบหน้าคมคายกำลังมองทอดลงมายังผม สายตาเราทั้งคู่ประสานกัน ผมจดจำแววตาคู่นั้นได้ทันที เขาคือ ยุนดูจุน เพื่อนข้างบ้านผมตั้งแต่สมัยเด็ก ไม่คิดเลยว่าเขาก็จะย้ายกลับมาอยู่อิลซานด้วย หรือไม่แล้วบางทีเขาอาจจะแค่กลับมาเยี่ยม

ดูจุนยังคงยืนนิ่ง ไม่ยิ้ม ไม่ทักทาย จนผมไม่มั่นใจที่จะเปล่งน้ำเสียงเอ่ยทัก ได้แต่จ้องมองดวงตาที่ราวกับจะสะกดผมให้นิ่งไปอยู่อย่างนั้น จริงๆผมไม่น่าจะเห็นเขาชัดจากข้างล่างนี่ แต่แสงนวลของดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอาจทำให้ใบหน้าหล่อเหลาสว่างจ้าชัดเจนผ่านกระจกที่ขวางกั้นออกมา

และอาจเป็นเพราะแสงจันทร์อีกก็ได้ ที่ทำให้เขาดูสุขุมเยือกเย็นกว่าเคย ความเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน เจือกลิ่นใบหญ้าและน้ำค้าง


เมี้ยวว~


ผมสะดุ้งเมื่อเจ้าโกแมงอีเดินตามออกมาถึงหน้าบ้าน มันคลอเคลียตรงปลายขาได้เพียงครู่ก็เริ่มขู่ฟ่อฟ่อดอีกรอบ ขนสีเทาดกหนาดูพองโตเมื่อจิ้งหรีดพากันร้องดังระงมยิ่งกว่าเก่า

"โกแมง! เป็นอะไร ก็แค่จิ้งหรีดร้องเอง"


ทันใดนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น คนกดกริ่งเรียกก็คือคนที่ผมพึ่งเห็นยืนอยู่บนชั้นสองของข้างบ้านเมื่อครู่นี้


"ดูจุน!?"


ผมรีบวิ่งไปทางรั้ว รู้สึกได้ว่าหัวใจตนเองกำลังเต้นแรง อาจเพราะรีบร้อนและไม่อยากให้อีกฝ่ายยืนรอนาน มือไม้ผมล้วงหากุญแจยกใหญ่พลางสายตาก็เหลือบมองผู้มาเยือนไปด้วย เขาดูแตกต่างจากเมื่อครู่ตรงที่ตอนนี้กำลังยกยิ้มที่มุมปากส่งมาให้ผม


"ไง... ไม่เจอกันนานนะ"

น้ำเสียงสุขุมเยียบเย็นทำให้ผมมือสั่นจนไขกุญแจผิดๆถูกๆ ดูจุนหัวเราะ จนใบหน้าผมชักจะรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ


"อกหักมาล่ะสิ"

เขาเอ่ยต่อหลังจากก้าวเดินเข้ามาในบ้าน มันน่าจะเป็นคำถาม หากแต่คนถามก็ดูจะไม่ต้องการคำตอบ ผมได้แต่มองค้อนเพราะอีกฝ่ายดันพูดถูกเผง ผมอกหักก็เลยอยากกลับมารักษาแผลใจที่นี่ ผิดด้วยหรือไง?


"ดูทำหน้าสิ ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย" ดูจุนยื่นมือมาบีบจมูกผมอย่างหมั่นเขี้ยว "ขี้งอนเหมือนเดิมเลย"

เป็นอีกครั้งที่หัวใจผมเต้นแรง ได้แต่ยืนเม้มปาก แล้วก็ปล่อยให้ดูจุนเดินนำเข้าไปในบ้าน





โกแมงอีวิ่งกลับขึ้นชั้นบนไปนานแล้ว ส่วนผมกับดูจุนก็ยังนั่งกันอยู่ที่โต๊ะอาหารตรงห้องครัวชั้นล่าง เมื่อก่อนดูจุนก็มาเยี่ยมผมที่นี่บ่อยๆ น่าจะเรียกได้ว่าเราแทบจะตัวติดกันตลอดเวลา จนกระทั่งต้องแยกย้ายกันเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองหลวง จริงอยู่ที่ผมยังพอติดต่อกับดูจุนบ้างระหว่างที่เรียน แต่ก็เลิกทุกอย่างตอนที่เขาเริ่มคบเด็กหัวทองคนนั้น


"ดีใจที่นายกลับมา"

เขาเอ่ยโพล่งขึ้นเบาๆ สายตาเหม่อมองไปที่ดวงจันทร์สีนวล


ผมพยักหน้ารับ เหลือบมองเขาที่เอาแต่มองทอดไปที่หน้าต่างเป็นระยะๆ

“นายเป็นยังไงบ้าง?”

หลังจากที่นิ่งเงียบอยู่นาน ผมก็เอ่ยถามบ้าง

"ก็ไม่แย่ แต่เหงาชะมัด รู้สึกเหมือนเป็นกระต่ายบนดวงจันทร์บนโน้นเลย" เขายังคงไม่หันกลับมามอง

"แล้วพ่อแม่ล่ะ?"

"ย้ายไปทำงานในเมืองหลวงหลังพ่อแม่นายไม่นาน"

"อ๋อ..."

แล้วเราก็นิ่งเงียบกันไปอีก ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัด แล้วก็ไม่ได้สงสัยเท่าไหร่ว่าทำไมดูจุนถึงกลับมาอยู่ที่นี่คนเดียว บางทีอาจจะเป็นเหตุผลเดียวกันกับผม อกหัก ก็เลยกลับมารักษาแผลใจ



"อยู่ด้วยได้ไหม?"

ดูจุนหันกลับมาสบตาผมครั้งแรกตั้งแต่เดินเข้ามาในบ้าน ดวงตาของเขาดูวิงวอน แน่นอนว่าไม่ต้องทำสายตาแบบนั้นผมก็ใจอ่อน จะว่าเพราะเห็นเขาเป็นเพื่อนก็ไม่เชิง แต่เพราะเขาเป็นรักแรกต่างหาก แม้จะไม่ได้รักลึกซึ้งและเจ็บช้ำเท่ารักที่สองก็ตาม


"ได้"

ผมตอบรับและชี้ไม้ชี้มือให้เขาขึ้นไปข้างบนด้วยกัน






------







หลังจากคืนนั้นดูจุนก็แวะมาหาผมทุกวันตอนกลางคืน ดูทีวีกันเงียบๆบ้าง คุยเรื่องที่ทำงานใหม่ของผมในอิลซานบ้าง สัพเพเหระไปเรื่อย ส่วนมากดูจุนก็ได้แต่นั่งฟังผมเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างตั้งใจ คอยอยู่เป็นเพื่อนทุกคืนจนกระทั่งผมหลับ บางทีก็กลับออกไปก่อนรุ่งสางเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน

แม้เจ้าอ้วนจะไม่ชอบใจทุกครั้งที่มีแขกมา แต่ผมก็รู้สึกดีที่ดูจุนมาหา และวันไหนที่ดูจุนไม่แวะมาผมก็จะรู้สึกแย่จนอยากจะร้องไห้ ผมเลยเป็นฝ่ายขอให้เขาแวะมาหาทุกคืนหลังเลิกงาน เขาไม่ได้ตอบหากแต่ก็ยกยิ้มตอบรับ จำได้ว่าผมเข้าไปกอดเขาแน่น จนผมชักจะคิดว่าตัวเองนั่นแหล่ะที่เหงา ไม่ใช่เขา


อย่างคืนนี้เราก็เอาแต่นั่งมองดวงจันทร์ด้วยกัน อยู่กันอย่างเงียบๆ ดูจุนยกมือลูบศีรษะผมที่เอนพิงไหล่เขาไปด้วย ระหว่างนั้นผมก็เริ่มสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมาเลยเอ่ยถามเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

"ดูจุน นายยังคบกับ... เอ่อ... เด็กหัวทองๆคนนั้นอยู่รึเปล่า"

"ไม่เคยคบ"

"..."

ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เริ่มรู้สึกเสียใจที่ตอนนั้นหุนหันเลิกติดต่อกับอีกฝ่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น


ดูจุนขยับไหล่เบาๆ ผมจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

"อยากลองคบเหมือนกัน แต่เพราะรักคนอื่น เลยทำใจไม่ได้" เขาเอ่ย


"ใคร?"








ผมไม่แน่ใจนักว่าดูจุนตอบมาว่าอะไรหลังจากนั้น พราะมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของตนเองกำลังเสียดสีอยู่กับผ้าปูเตียงสากๆแล้ว และขาทั้งสองข้างของผมก็ถูกมือแกร่งจับแยกออกจากกัน ดูจุนวางสองแขนคร่อมร่างผมไว้ สายตาจับจ้องทอดมองลงมา บอกไม่ถูกนักว่าภาพที่เด่นชัดตรงหน้านี้มีเสน่ห์อย่างไรกันแน่

เพราะใบหน้าคมดูส่องสว่าง
เพราะแสงจันทร์นวลผ่องอาบไล้ตกกระทบร่างจนเกิดแสงเงาน่าดึงดูด
เพราะเงาของเขากำลังทาบทับร่างผมอีกที

เพราะทุกอย่างสะกดผมไว้ได้เสียอยู่หมัด


“อ้ะ!”

ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็มีสิ่งแปลกปลอมสอดแทรกร่างกายเข้ามา มันเจ็บปวดเหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกแยกออกเป็นสอง ดูจุนหยุดชั่วครู่ ก้มลงจูบริมฝีปากผมแผ่วเบา และเอ่ยคำพูดทดแทนการปลอบประโลมทั้งหมด

"ฉักรักนาย... จุนโฮ..."

ราวกับว่าพึ่งจะได้ยินเสียงกระซิบแสนหวานของยามราตรี


แล้วผมก็ลืมความเจ็บปวดไปเสียสิ้น ทั้งร่างดิ้นเร่าตามแรงที่เขาส่งทอด มันรวดเร็วรุนแรง หากแต่ก็สร้างความเสียวซ่านจนขนลุกซู่ ผมได้ยินเสียงเตียงลั่นเอี๊ยดดังเป็นจังหวะตามเสียงหวีดร้องฟังไม่ได้ศัพท์ของตนเอง มันฟังดูเหมือนกับบทเพลงแห่งรัตติกาลที่บรรเลงขับกล่อมผมอย่างไพเราะที่สุด

ดูจุนเสือกไสความรุ่มร้อนเข้ามาในร่างผมไม่หยุด จนในที่สุดผมก็ปลดปล่อยอารมณ์ที่อัดอั้นไว้ออกมา คราบน้ำร้อนสีขาวขุ่นพวยพุ่งเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าท้องเราทั้งสอง ผมหายใจหอบ สายตาทั้งสองข้างพร่ามัว ทว่าก็ยังเห็นดูจุนยกยิ้มมุมปากอย่างเด่นชัด โดยเบื้องหลังของเขามีดวงจันทร์กลมเด่นลอยส่องสว่าง

เขาจับร่างผมให้หันหลัง สอดแทรกกายเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวแนบแผ่นอกทาบทับลงมาและกอดผมแน่น เขาพร่ำบอกผมซ้ำๆไม่หยุด


"ฉันรักนาย..."


เสียงกระซิบแหบพร่าดังข้างหู ตราตรึงเข้าไปในโสตประสาท ผมไม่รับรู้และไม่ได้ยินสิ่งอื่นใดอีกแล้ว อยากรู้เหลือเกินว่าเขาใช้เวทย์มนตร์อะไรกันแน่ถึงทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้ ผมเริ่มดิ้นพราดครวญคราง และแล้วทั้งร่างกระตุกอีกครั้งเมื่อน้ำรักร้อนระอุของอีกฝ่ายฉีดพล่านเข้ามาในกาย

ดูจุนทรุดตัวลงแนบกับแผ่นหลังสั่นสะท้าน เขาสอดประสานนิ้วกับหลังมือผมแน่น ก้มลงฝากรอยจูบไปตามข้างใบหน้าและลำคอ ก่อนจะขยับทิ้งตัวลงนอนด้านข้างเพื่อส่งยิ้มมาให้เห็น

รอยยิ้มอาบแสงจันทร์นี้คงมีเสน่ห์มากเกินไป ผมจึงอดไม่ได้ที่ต้องเป็นฝ่ายโผเข้าไปกอดและจูบเขาเสียเอง

"อยู่ด้วยกันนะดูจุน อย่าไปไหน"

ผมเอ่ยพลางกอดเขาไว้สุดแรง ซุกไซร้ศีรษะลงกับแผงอกอบอุ่น


"ไม่หรอก ไม่ไปไหน จะอยู่กับจุนโฮ ตลอดไป"
เขากระซิบ เป็นเสียงกระซิบที่ทำให้ผมใจสั่น

ผมดันร่างตนเองลุกขึ้น ทาบทับร่างกายช่วงล่างตนเองไว้กับเอวของดูจุนอีกครั้ง จับส่วนของร่างกายที่ยังแข็งขืนจ่อตรงช่องทางด้านหลัง และค่อยๆกดทับร่างกายลงจนกระทั่งสุดทาง

"ฮ..อา..."


ภายในร่างร้อนผ่าว หากแต่ก็รู้สึกดีที่เราทั้งสองได้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ดูจุนดึงมือผมให้สอดประสานกันไว้ แล้วผมก็เริ่มขยับกายขึ้นลง เรายิ้มให้กัน แล้วก็ร่วมรักกันทั้งคืน จนกระทั่งก่อนรุ่งสางผมก็ผล็อยหลับไป

ทว่าผมยังจำได้ลางๆว่าได้ยินอะไรบางอย่างตอนที่หลับตา ดูจุนเอ่ยถามผมเสียงแผ่ว

"ไม่สายไปใช่ไหม ที่จะบอกรักนายตอนนี้?"

ผมน่าจะไม่ได้ตอบเขาในทันที


ทั้งๆที่กำลังหลับตา หากแต่ผมก็นึกภาพใบหน้าเขาได้แจ่มชัด เขาดูกังวล เศร้าสร้อย จนผมต้องรีบซุกตัวกอดเขาไว้อีกครั้ง กดจูบตามแนวคางเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลึมสลือสุดท้าย

"ไม่เลย ไม่สายไปสักหน่อย..."

ถึงจะคิดว่าถ้ารู้เร็วกว่านี้ผมคงไม่ต้องเสียใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทว่าเพียงแค่นี้ผมก็รู้สึกดีมากแล้ว อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่บอกกัน


ดีกว่าไม่บอกกันเลย





-------






ตอนที่ตื่นขึ้นดูจุนก็ไม่อยู่แล้ว ผมจึงดันตัวลุกขึ้นเริ่มเช้าวันใหม่ตามปกติ อาบน้ำแต่งตัว ให้อาหารแมว ทำอาหารเช้าให้ตัวเองอย่างง่ายๆ และออกไปทำงาน

ทว่าระหว่างที่กำลังไขประตูรั้วออกไป ผมก็สังเกตุเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้านดูจุน นอกจากนี้ก็มีเสียงคนสองสามคนกำลังคุยอะไรกันบางอย่าง ผมจึงชะเง้อมองไปทางนั้น แล้วก็เห็นพ่อกับแม่ของดูจุนยืนทำหน้าเคร่งเครียดอยู่



"คุณน้าครับ?" ผมเดินเข้าไปทักทายท่านทั้งสองด้วยรอยยิ้ม น่าจะเกินสองปีที่ไม่ได้เจอพวกเขา

"หวัดดีจ้ะจุนโฮ ไม่เจอนาน โตขึ้นเยอะเลย" แม่ของดูจุนเอ่ยและวางมือลูบที่ศีรษะผมเบาๆอย่างเอ็นดู ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าคุณน้าดูเศร้าสร้อยแปลกๆ

"ไม่น่าจะโตขึ้นแล้วนะครับ แก่ขึ้นมากกว่า" ผมทำเป็นปล่อยมุข "แล้วนี่มาเยี่ยมดูจุนเหรอครับ?" คิดว่าจะเอ่ยถามต่อเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ทว่าสีหน้าของทั้งคู่ก็ดูสลดขึ้นทันที

"เปล่าหรอก พวกน้ามาตกลงเรื่องขายบ้านกับคนตรงโน้นน่ะ" คราวนี้พ่อของดูจุนพยักเพยิดใบหน้าเข้าไปในบ้าน ผมเห็นผู้ชายใส่สูทภูมิฐานคนหนึ่งกำลังเดินสำรวจไปมา

"ขายบ้าน? แล้วนี่ดูจุนว่ายังไงบ้างครับ?"

ดูเหมือนว่าคำถามผมจะไปสะกิดอะไรคุณน้าผู้หญิงเข้า จู่ๆหล่อนก็ร้องไห้ออกมา พ่อของดูจุนเลยเข้าไปปลอบ และหันมาเอ่ยกับผมแทนด้วยน้ำเสียงขาดๆหายๆ

"จุนโฮคงยังไม่รู้ ว่าลูกน้าน่ะ..."

"เขาทำไมเหรอครับ?"

"เขาจากพวกเราไปแล้วล่ะ ได้หลายเดือนแล้ว"

"ไม่จริงน่า..."

"ขอโทษที่พวกน้าไม่ได้บอก ทั้งที่พวกหนูสนิทกันมาก แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป...
น้าน่าจะห้ามไม่ให้เขาขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไปตอนฝนตกหนักแท้ๆ..."


สีหน้าของทั้งคู่ดูจริงจังเกินกว่าจะพูดโกหก ผมรู้ว่าคนเป็นพ่อแม่ไม่มีทางมาโกหกกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว แต่มันก็เหลือเชื่อเกินไป ในเมื่อเมื่อคืนนี้เรายัง...

จู่ๆผมก็พูดอะไรต่อไปไม่ออก อยากจะร้องไห้แต่น้ำตาก็ไม่ไหล แล้วพอมองไปที่หน้าต่างบานที่เห็นดูจุนมองมาบ่อยๆ ทั้งร่างเริ่มไร้ความรู้สึกพร้อมจะทรุดลงทุกเมื่อ

ภาพใบหน้าหล่อเหลายามแสงจันทร์ต้องในวันนั้น ยังติดตาผมมิรู้ลืม


คุณน้าทั้งสองพาผมขึ้นไปบนบ้านครั้งสุดท้าย เขาเปิดห้องของดูจุนให้ผมดู ภายในห้องมีกลิ่นฝุ่นตลบอบอวล บ่งบอกว่าไม่ได้มีคนใช้ห้องนี้นานแล้ว ส่วนตรงโต๊ะทำงานข้างหน้าต่างก็มีรูปถ่ายหลายใบวางอยู่ แต่ละใบมีฝุ่นจับหนา รูปครอบครัวกับเขา และรูปผมกับแฟนเก่า ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงเหมือนกัน

ราวกับว่าวินาทีนั้นผมได้ยินเสียงกระซิบแหบพร่า เสียงกระซิบคุ้นเคยพร่ำเรียกชื่อผม มันทำให้ผมขนลุกซู่ ผมไม่ใจเย็นพอจะอยู่ต่อ รีบขอตัวกลับออกมาโดยไม่มีการเหลียวหลังกลับไปมองอีก




-------




ผมย้ายออกจากอิลซานในวันนั้น พ่อกับแม่ถามผมใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่ตอบ ได้แต่นอนตัวสั่นงกๆ พอตกกลางคืนก็ต้องรีบแจ้นไปนอนแทรกลางระหว่างพ่อกับแม่เหมือนเด็กๆ แล้วผมก็ไข้ขึ้นตัวร้อนหลายวันจนเพื่อนๆต่างเป็นห่วงกัน

หลายต่อหลายคนแวะเวียนมาเยี่ยมผมที่บ้าน แน่นอนว่า อดีตเพื่อนสนิทและแฟนเก่าของผม ก็มาเยี่ยมด้วย เรียกได้ว่าผมลืมอาการหวาดกลัวที่ผ่านมาไปเลยเมื่อเจอเขาสองคน

"ได้ข่าวว่านายป่วย ฉันกับชานซองเลยซื้อของมาฝาก มีแต่ของที่นายชอบทั้งนั้นเลยนะ" เด็กแก้มอูม จางอูยอง เอ่ยด้วยสีหน้าหวาดๆ ผมรีบฉีกยิ้มแกนๆทำเป็นรับรู้เอาไว้ พวกเขาจะได้กลับไปเร็วๆ

ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่า ผมเจ็บที่ต้องเลิกกับฮวางชานซอง ทว่าตอนนี้ความรู้สึกผมกลับเปลี่ยนไป ไม่สิ ความรู้สึกน่าจะเป็น ชัดเจนขึ้น มากกว่า

ผมเจ็บที่เพื่อนสนิทอย่างจางอูยอง คบกับชานซองที่สุด

พอพวกนั้นกลับไปแล้ว ผมก็เดินกลับไปนอนห้องตัวเองครั้งแรกในรอบเดือน แต่ก็ไม่ลืมอุ้มโกแมงอีเข้าไปด้วย มันนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มกับผม







นอกหน้าต่างห้องดวงจันทร์กลมโตลอยส่องสว่าง ผมทอดมองด้วยความรู้สึกปวดร้าวในใจ น้ำตาเริ่มหยดไหลเปรอะปลอกหมอนจนเปียกชื้น ในขณะที่สายตาพร่ามัว ภาพเงาของใครบางคนก็ปรากฏให้เห็น

ใบหน้าคุ้นเคยหล่อเหลากำลังเอนตัวนั่งพิงกับขอบหน้าต่างมองมาทางผม

โกแมงอีขู่ฟ่อ แล้วก็วิ่งหนีไปมุดอยู่ใต้ตู้ด้วยความรวดเร็ว ผมจึงยันตัวลุกขึ้นนั่งพลางปาดน้ำตา

“จุนโฮ...”

เสียงกระซิบเศร้าสร้อยดังแว่วข้างหู จู่ๆลมหายใจผมก็ติดขัดขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อวงแขนแกร่งโอบเข้ารอบเอวผม ร่างกายเราสองแนบแน่นราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว น่าแปลกที่ผมไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ผมตัดสินใจหันกลับไปยิ้มให้คนที่มาเยือนด้วยน้ำตา


"อกหักมาล่ะสิ"


ผมนิ่งเงียบ ได้แต่มองค้อนดูจุนที่ยกยิ้มมุมปาก เขาปาดนิ้วมือเช็ดน้ำตาออกให้ผม และกอดผมไว้แนบอก สัมผัสของเขาเหมือนไออวลอากาศที่อบอุ่น โอบล้อมผมให้รู้สึกทั้งสบายใจและมั่นใจ



ดูจุนจะไม่มีวันทิ้งผมไปไหน เขาจะอยู่กับผมตลอดไป...






Lonely Moon End.










Writer Talk: ฟิคเหงาๆตามประสาและไสตล์คนเขียน อ่านแล้วเป็นยังไงบอกกันได้ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ค่ะ ^^




Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ประโยคแรกที่อยากบอกคือ... อ่านแล้วน้ำตาไหลพรากกกกกก
ประโยคที่สองที่อยากบอกคือ... มันยอดมากค่ะจอร์จจจจ!!!
*ตบเข่าฉาด* สังหรณ์ใจอยู่ตะหงิดๆตอนที่น้องโกแมงอีขู่ฟ่อๆ ...สังหรณ์ใจครั้งที่สองตอนลุงดู๋แกไปปรากฎตัวอยู่บนขอบหน้าต่าง (มันหลอนประหลาดๆตั้งแต่ตอนนั้น) ...สะดุ้งอีกทีตอนลุงดู๋มายืนอยู่หน้าบ้าน
ตอนอ่านก็คิดว่า เฮ้ยยย คงไม่มั้ง... - -* (ยังเข้าข้างตัวเองอยู่)ดูจุนคงไม่ได้เป็น...เอ่อ...หรอกมั้ง

ฟินสุดๆกับเอ็นซี.. -//////- วิญญาณก็วิญญาณวะ!! โอ๊ยยย แม่เจ้า กี่รอบกันน่ะพวกนายยย!!
แต่มันเป็นเอ็นซีที่อบอุ่นมากเลยค่ะ
ตลอดเวลามานี้ดูจุนรอน้องโฮมาตลอดเลยสินะ

อ่านความรู้สึกของน้องโฮแล้วจุก..
พอได้กลับมาหาคนที่อบอุ่นจริงๆ ใครคนนั้นก็ไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว
ซ้ำร้าย...อิคนที่เคยรักก็ดันไปคบกับเพื่อนตัวเอง
เจ็บหนักกว่าเก่า = ="
น้องโฮเหมือนถอยไม่ได้ ขยับไปไหนไม่ได้เลย ไม่รู้จะเดินต่อไปทางไหน อ่านแล้วอึดอัดจนนั่งร้องไห้ T__T

สนุกมากเลยค่ะ ขอเอาไปแปะลิงค์ในเฟสบุคเลยแล้วกัน ไม่ไหวละ

#1 By Palmira on 2011-10-14 01:22

โอ้โนนนนนนนนนนนนน

ตอนแรกแอบดีใจ เห็นพี่อัพฟิคเร็ว แถมเป็น ดูจุน จุนโฮ

แอบปลื้มๆๆโฮะๆๆๆ

แต่พออ่านไปมีการมีการพาดพิงที่โยซอบ เอิ้กก

แล้วอิหมีกับด้งด้ง ก็ทำน้องโฮเจ็บ

กาซซซซซซซซซซซซซซ

น้องโฮถึงขั้นไข้ขึ้น

ไม่สบาย โอ้ไม่น่ะ

โกแมงอีเซ้นส์ดีมาก

ทำไมน้องโฮไม่อยู่ต่อน่ะ

หนีกลับมาทำไมก็ไม่รู้ ฮุๆๆ

#2 By andasongsomeone on 2011-10-14 13:02

ไม่รู้จะตกกะใจ หรือ ร้องไห้ดี
ขอตกกะใจก่อนละกัน
เพิ่งอ่าน ดูจุนxจุนโฮ แบบคู่กันจริงๆ ครั้งแรก
เพราะปลื้มกะดูจุนในEOY เรื่องนั้นก็น่าเศร้าอยู่ละ
มาเรื่องนี้ โอ๊ะ แม่เจ้าา ไม่มีตัวตนซะอีกอ่ะ
ตอนแรกก็แปลกที่โกเมงขู่หน้าประตูอ่ะ เปิดไปแล้วไม่มีไร
จิ้งหรีดร้องระงมอีก ไหนจะโกเมงไม่ชอบเวลาดูจุนมาบ้านอีก เอาเข้าไป
สีตัวหนังสือ(เกี่ยวมั้ยอ่ะ?) ทำให้คำพูดดูเบาบางกว่าปกติอ่ะ
ดูจุนจริงจังกะโฮจริงๆอ่ะ ถึงจะไม่อยู่แล้วก็ยังเป็นห่วง ยังมาหากัน
ตอนที่เป็นแฟนกะชานคงทำอะไรไม่ได้มั้ง ยังรอตลอดเลย
เอ็นซี ... ข้ามไปไม่รู้จะบอกว่าไรดี คงบอกได้แค่ว่า อื้มม แรงดีจริงๆ -.,-
ชานกะด้ง ทำกันได้เนอะ เพื่อนสนิทกะแฟนเพื่อนน
เจ็บปวดๆ เศร้าๆ แต่สุดท้ายก็ยังอยู่ด้วยกันเนอะ

หลากหลายความรู้สึกเลยอ่ะ ขอบคุณไรเตอร์ :)





#3 By Bnns (103.1.164.200) on 2011-10-16 00:27

ไรท์เตอร์คะ เราตามมาจาก dek-d ค่ะ เราอยากจะขอพาสเวริ์ดเว็บที่ได้บอกให้ลงชื่อไว้ใน คอมเมนท์ chapter 46 I just want you to love me น่ะค่ะ jeab-lovely@hotmail.com

#4 By jeab (125.24.60.26) on 2011-10-18 18:52

*กรีดร้องงงงงง!
อ่านแล้วขุนลุกตาม 555555
ว่าแล้ว... แอบสงสัย ตอนที่พูดว่ายังไม่สาย
หรือว่า... ดูจุนจะไม่อยู่แล้ว tt

สงสารจุนโฮจับใจ เรื่องแบบนี้มันแปลกๆน่า
ถึงแม้จะรู้สึกดีที่มีเขา แต่ถ้าเป็นเราก็ไม่ไหวนะ

ฮวางชานซอง! จางอูยอง! นายมันร้ายกาจ
เอ้อ... กลัวกันแล้วล่ะคืนนี้ >< แต่ถ้าผีหล่อแบบนี้ก็นะ...
น่าคิด 5555555 อ่านเรื่องนี้แล้วคิดถึง อายออนยู
อยากอ่านต่อ คิกคิก, ดูจุนเท่ห์ซะจนเราเซง โฮ กับ ชานไปเลย
ก๊ากกกกกก! เรื่องนี้มันเศร้าเกินไปนะ ! ตอนแรกนึกว่า
โฮจะฆ่าตัวตายตามไปล่ะ *ปาดเหงื่อ โชคดีที่ไม่ทำ

เป็นเอ็นซีที่ทรมานพอมาดูหลักความจริง เอิกส์!
เป็นใครๆก็กลัว ฟันธง! อิอิ สนุกม๊ากกก

#5 By am-momon (223.206.20.195) on 2011-10-18 23:54

อยากบอกว่าแอบมาชอบคู่นี้ ดูจุนxจุนโฮ เพราะ writer เลย

เรื่องนี้ก็ชอบน้า แม้จะแอบหลอนบ้าง..แต่ก็โรแมนติกนะคะ...ดูจุนจะรอแค่นุ้งโฮคนเดียวสินะ

นุ้งโฮน่าสงสาร โดนชานทิ้งไปหาเพื่อนสนิท ใจร้ายยยยมาก แถมแม้จะได้รักกับดูจุน แต่ก็....

รอติดตามเรื่อยๆนะคะ ชอบมากๆๆเลย สู้ๆนะคะ

#6 By bonussen (183.89.79.151) on 2011-10-22 19:59

ว่าแล้วเชียวว่าดูจุนต้องไม่ใช่คน
ตะหงิดๆตั้งแต่แรกแล้ว

แอบเจ็บใจแทนจุนโฮเรื่อชานด้ง
เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อซินะ
ไม่เป็นไรน้องโฮมีองครักษ์เป็นผีลุงคอยพิทักษ์อยู่ทั้งคน
แต่ไม่คิดว่าโฮจะกลัวลุงเลยนะเนี่ย

ปล.ตามมาจากเมล์ที่ไรเตอร์ส่งไปให้นะค่ะ เพิ่งเวลาเปิดดู
อาจจะช้าไปซักหน่อย

#7 By EvE_iF (125.27.147.235) on 2011-10-27 14:52

ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านกันคะ

รู้สึกแปลกๆ ตอนที่แมวขู่

ว่าเรื่องนี้ ไม่น่าจะปรกติ

ยิ่งช่วงที่พูดถึง แสงจันทร์

อืมห์ ตะหงิดมากกว่าเดิมอีก

มาเฉลยตอนท้ายนี้เอง

อ่านจบไม่รู้สึกว่า

เนื้อเรื่องต้องการให้เรากลัว

แต่เรากลับรู้สึกว่า

ความรัก โอบล้อมตัวละครอยู่

ความผูกพันธ์ การดูแล การอยู่เคียงข้างกัน

แล้วจะรออ่านตอนต่อไปค่า

#8 By Viky (115.67.33.208) on 2011-10-31 11:43

อยากขอบคุณสำหรับฟิคดีๆเรื่องนี้จังเลยคะ
น่ารักที่สุดเลย อ่านแล้วชื่นใจ รักคืนวันพระจันทร์เต็มดวงที่สุดดดด

#9 By Shin HyoHwa (180.180.177.253) on 2011-11-15 22:21

เหยยย คุณแซนนนนนนน อ๊ากกกกกก อะไรกันนี่ ไม่จริ๊งงงงงงง
ฮือๆ โอ๊ยทำไมมันสับสนไปหมดเลย ดูจุน อะไรยังไง นุ้งโฮ
อ๊ากกก อยากจะสิ้นสติ เป็นฟิคเรื่องแรกที่เรารู้สึกว่ากระชากอารมณ์ได้รุนแรงมากกกกกก ไม่สามารถปรับอารมณ์ได้ทันเลย
แบบเมื่อกี้อ่านแล้วยังสุข ยังมึนๆ พอมาอีกที เฮ้ยย มันเกิดอะไรขึ้น
ต้องยกนิ้วให้คุณแซนเลยอ่ะ เก่งมากกกกกกจริงๆๆๆๆ

#10 By BdoubleOM (58.9.33.96) on 2012-02-09 17:48