(SF-ChanHo,DuHo) Eyes On You : 03
posted on 25 Sep 2011 07:22 by psychoromance in channuneoTitle: Eyes On You
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: ChansungxJunhoX??
Rate: NC-17
Genre: romantic drama
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: ChansungxJunhoX??
Rate: NC-17
Genre: romantic drama
Everybody's Fool
เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดแสบแก้วหูของเตียงเหล็กลั่นดังระคนไปกับเสียงสะอื้นให้ของจุนโฮที่ร้องขอให้หมอนั่นหยุดการย่ำยีร่างกายในครั้งแรก
เสียงพร่ำเอ่ยคำรักหวานเลี่ยนและคำปลอบประโลมว่าไม่เป็นไรซ้ำๆซากๆ
เมื่อได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ที่ต้องมามีส่วนรู้เห็นไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องข้างๆทุกฉากทุกตอนโดยที่ไม่เต็มใจ
แต่ก็นับว่ามันยังไม่น่าหงุดหงิดไปสักทีเดียว
เพราะไม่นานนัก จากเสียงร้องไห้ที่ดังเมื่อครู่ มันกลับกลายเป็นเสียงร้องครวญครางอย่างมีอารมณ์ร่วมไปกับความสุขชั่ววูบที่ถูกมอบให้อย่างสั่วๆ แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินเรื่องตลกที่ฝืดที่สุดในโลกเข้าอย่างจังๆ
เรื่องตลกที่ควรจะทำให้ผู้ฟังรื่นเริงไปกับมัน ทว่ามันกลับทำให้รู้สึกเจ็บในอกจนแทบกระอักมาได้จนถึงทุกวันนี้
ฮวางชานซอง นายมันคงเล่นละครได้เก่งเกินบทบาทไปหน่อยแล้วล่ะ อยากจะรู้จริงๆว่าถ้าวันนึงละครห่วยๆนั่นจบลง ผู้ชมที่หลงเชื่อมาตลอดว่ามันทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องหลอกลวงจะเป็นยังไง? คงแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปอย่างที่เคยบอกผมบ่อยๆก็ได้
เสียงพร่ำเอ่ยคำรักหวานเลี่ยนและคำปลอบประโลมว่าไม่เป็นไรซ้ำๆซากๆ
เมื่อได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ที่ต้องมามีส่วนรู้เห็นไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องข้างๆทุกฉากทุกตอนโดยที่ไม่เต็มใจ
แต่ก็นับว่ามันยังไม่น่าหงุดหงิดไปสักทีเดียว
เพราะไม่นานนัก จากเสียงร้องไห้ที่ดังเมื่อครู่ มันกลับกลายเป็นเสียงร้องครวญครางอย่างมีอารมณ์ร่วมไปกับความสุขชั่ววูบที่ถูกมอบให้อย่างสั่วๆ แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินเรื่องตลกที่ฝืดที่สุดในโลกเข้าอย่างจังๆ
เรื่องตลกที่ควรจะทำให้ผู้ฟังรื่นเริงไปกับมัน ทว่ามันกลับทำให้รู้สึกเจ็บในอกจนแทบกระอักมาได้จนถึงทุกวันนี้
ฮวางชานซอง นายมันคงเล่นละครได้เก่งเกินบทบาทไปหน่อยแล้วล่ะ อยากจะรู้จริงๆว่าถ้าวันนึงละครห่วยๆนั่นจบลง ผู้ชมที่หลงเชื่อมาตลอดว่ามันทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องหลอกลวงจะเป็นยังไง? คงแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปอย่างที่เคยบอกผมบ่อยๆก็ได้
...........................................
วันนี้เสียงบทเพลงเก่าๆที่ได้ยินเป็นประจำจนแทบจะสำลักในความน่าเบื่อหน่ายมันก็ดังแว่วมาอีกครั้ง ราวกับว่าผู้เล่นจะช่างรู้เวลาดีเหลือเกินที่จะเลือกเล่นมันเมื่อตอนที่มีผู้ฟังอยู่ด้วย
เสียงครางกระเส่าประสานกันจนดังระงมที่ผมได้ยิน แท้จริงแล้วมันฟังดูน่าจะเป็นเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดมากกว่าเสียงร้องที่เกิดจากความสุขสมเสียอีก ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งมันก็ไม่เคยแฝงความไพเราะอยู่ในนั้น
น่าแปลกที่คนที่เล่นเพลงเดิมๆอยู่ได้ซ้ำๆนั่นกลับไม่เคยหยุดหลอกตัวเองว่าเสียงที่ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่จงใจเล่นออกมานั่น เป็นเสียงร้องจากสวรรค์จริงๆ ถ้าหากมันเป็นบทเพลงแห่งความสุข ทำไมผมถึงมักจะได้ยินเสียงสะอื้นไห้ตามมาทุกคืน?
ฟังยังไง มันก็ไม่มีทางใช่เสียงที่เกิดจากความสุขสมแน่
สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเอื้ออมมือคว้าหยิบหูฟังมาสวมและเปิดเร่งดนตรีจังหวะน่าคลื่นเหียนขึ้นเพื่อไล่ความรู้สึกเสียดแทงที่อยู่ในอกออกไป ทว่าไม่ว่ายังไง เสียงของหัวใจตัวเองที่เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกมันก็ยังเอาชนะไปจนได้
ผมกัดริมฝีปากตนเองจนมันช้ำเพื่อเก็บอารมณ์ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกันที่ผมจะหมดความอดทนที่จะทนฟังเสียงไม่น่าพึงประสงค์เหล่านั้นได้ มันอาจจะเป็นพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า หรือมันอาจจะยาวนานเป็นอีกหลายปีข้างหน้า
สิ่งเดียวที่ผมรู้ก็คือมันไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่ตอนนี้ ที่ผมยังตัดใจทิ้งเขาในความมืดนั่นไม่ลง
เสียงครางกระเส่าประสานกันจนดังระงมที่ผมได้ยิน แท้จริงแล้วมันฟังดูน่าจะเป็นเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดมากกว่าเสียงร้องที่เกิดจากความสุขสมเสียอีก ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งมันก็ไม่เคยแฝงความไพเราะอยู่ในนั้น
น่าแปลกที่คนที่เล่นเพลงเดิมๆอยู่ได้ซ้ำๆนั่นกลับไม่เคยหยุดหลอกตัวเองว่าเสียงที่ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่จงใจเล่นออกมานั่น เป็นเสียงร้องจากสวรรค์จริงๆ ถ้าหากมันเป็นบทเพลงแห่งความสุข ทำไมผมถึงมักจะได้ยินเสียงสะอื้นไห้ตามมาทุกคืน?
ฟังยังไง มันก็ไม่มีทางใช่เสียงที่เกิดจากความสุขสมแน่
สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเอื้ออมมือคว้าหยิบหูฟังมาสวมและเปิดเร่งดนตรีจังหวะน่าคลื่นเหียนขึ้นเพื่อไล่ความรู้สึกเสียดแทงที่อยู่ในอกออกไป ทว่าไม่ว่ายังไง เสียงของหัวใจตัวเองที่เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกมันก็ยังเอาชนะไปจนได้
ผมกัดริมฝีปากตนเองจนมันช้ำเพื่อเก็บอารมณ์ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกันที่ผมจะหมดความอดทนที่จะทนฟังเสียงไม่น่าพึงประสงค์เหล่านั้นได้ มันอาจจะเป็นพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า หรือมันอาจจะยาวนานเป็นอีกหลายปีข้างหน้า
สิ่งเดียวที่ผมรู้ก็คือมันไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่ตอนนี้ ที่ผมยังตัดใจทิ้งเขาในความมืดนั่นไม่ลง
ความมืดที่ช่างหนาวเหน็บและเย็นยะเยือกเกินไปราวกับกรดความเย็นที่คอยกัดกร่อนให้เจ็บแสบอยู่ทุกเมื่อ ความมืดที่คนที่ตกอยู่ในหลุมลลึกนั้นไม่เคยคิดจะปีนออกมา ผมได้แต่หวังว่าจะมีวันนึงที่เขาเข้มแข็งพอที่จะลองมองหาแสงสว่างดูสักครั้ง
แต่ตราบใดที่เขายังจมปลักอยู่ในห้วงความมืดนั่น ผมก็ยังไม่อยากจะทิ้งเขาออกไปค้นหาแสงสว่างเพียงคนเดียวเหมือนกัน
"จุนโฮ.. นายมีความสุขดีใช่ไหมกับหมอนั่น?"
"อื้ม.."
รอยยิ้มตาหยีที่เปื้อนความเจ็บปวดถูกส่งตอบมาเหมือนเดิม ถ้าผมจะขอแค่วันนึงที่รอยยิ้มนั่นมันจะกลับไปเปี่ยมล้นด้วยความสุขอีกครั้ง มันคงไม่มากเกินไปใช่ไหม?
แค่ครั้งเดียวมันก็เกินพอที่จะทำให้ผมเดินจากเขาไปอย่างโดยดีได้..
"อื้ม.."
รอยยิ้มตาหยีที่เปื้อนความเจ็บปวดถูกส่งตอบมาเหมือนเดิม ถ้าผมจะขอแค่วันนึงที่รอยยิ้มนั่นมันจะกลับไปเปี่ยมล้นด้วยความสุขอีกครั้ง มันคงไม่มากเกินไปใช่ไหม?
แค่ครั้งเดียวมันก็เกินพอที่จะทำให้ผมเดินจากเขาไปอย่างโดยดีได้..
.
.
My last night here for you
Same old songs, just once more
My last night here with you?
Maybe yes, maybe no
บทเพลงเดิมๆ เล่นขึ้นมาอีกเพียงครั้ง
ในคืนสุดท้ายที่ฉันจะอยู่เพื่อเธอที่นี่
มันคงเป็นคืนสุดท้ายของฉันกับเธอที่นี่จริงๆใช่ไหม?
อาจจะใช่... หรืออาจจะไม่...
.
.
.
.
..........................................
'Love is pain... Love is over...'
จู่เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะระหว่างการสนทนาที่ตั้งใจประชดประชันให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว หน้าจอปรากฎชื่อ AJ ขึ้นมา ผมกดรับสายเพื่อนที่นัดกันไว้คืนนี้ทันที
"ว่าไง?"
'วันนี้ฉันกับพวกนั้นคงออกไปไม่ได้แล้วล่ะดูจุน'
เสียงจากปลายสายเอ่ยออกมาอย่างกังวล ดูท่าจะมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ พวกนั้นถึงได้เลิกนัดกันเอาดื้อๆอย่างนี้ ผมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
'นายรู้เรื่องปาร์ตี้นั่นใช่ไหมล่ะ'
"อืม ทำไม?"
ปาร์ตี้ไฮโซ ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามันโสมมแค่ไหน แต่คนก็ไปกันได้ซะอาทิตย์ละแปดวัน
'จุนฮยองมันไปมีเรื่องกับคนในนั้นเข้าน่ะ เลยวุ่นวายกันนิดหน่อย...
แต่อย่าเข้าใจผิดว่าฉันไปปาร์ตี้นั่นด้วยนะ แค่จุนฮยองคนเดียว ไม่รู้ว่าคิดยังไงเหมือนกัน'
"แล้วมีอะไรแย่มากรึเปล่า?"
'ไม่หรอก จัดการเรียบร้อยแล้วอย่าห่วงเลย ไว้จะนัดนายใหม่อีกทีนะ'
"ได้"
ผมตอบรับคำก่อนจะวางสายไป ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต ผมก็ไม่คิดว่ามันจะน่าเป็นห่วงนัก อีกอย่างนึง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ คงต้องบอกให้ผมรีบไปมากกว่าจะเลิกนัดอย่างนี้แน่
พอหันหน้ากลับมองร่างทำท่าทางไร้วิญญานไม่รับรู้อะไรกับสิ่งรอบตัว ผมก็ต้องส่ายหน้าแรงๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังเพื่อเรียกให้เขารู้สึกตัว
"จุนโฮ วันนี้คงไปเจอเพื่อนฉันไม่ได้แล้ว ยังไงฉันกลับไปส่งนายที่ห้องแล้วกัน"
จู่เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะระหว่างการสนทนาที่ตั้งใจประชดประชันให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว หน้าจอปรากฎชื่อ AJ ขึ้นมา ผมกดรับสายเพื่อนที่นัดกันไว้คืนนี้ทันที
"ว่าไง?"
'วันนี้ฉันกับพวกนั้นคงออกไปไม่ได้แล้วล่ะดูจุน'
เสียงจากปลายสายเอ่ยออกมาอย่างกังวล ดูท่าจะมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ พวกนั้นถึงได้เลิกนัดกันเอาดื้อๆอย่างนี้ ผมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
'นายรู้เรื่องปาร์ตี้นั่นใช่ไหมล่ะ'
"อืม ทำไม?"
ปาร์ตี้ไฮโซ ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามันโสมมแค่ไหน แต่คนก็ไปกันได้ซะอาทิตย์ละแปดวัน
'จุนฮยองมันไปมีเรื่องกับคนในนั้นเข้าน่ะ เลยวุ่นวายกันนิดหน่อย...
แต่อย่าเข้าใจผิดว่าฉันไปปาร์ตี้นั่นด้วยนะ แค่จุนฮยองคนเดียว ไม่รู้ว่าคิดยังไงเหมือนกัน'
"แล้วมีอะไรแย่มากรึเปล่า?"
'ไม่หรอก จัดการเรียบร้อยแล้วอย่าห่วงเลย ไว้จะนัดนายใหม่อีกทีนะ'
"ได้"
ผมตอบรับคำก่อนจะวางสายไป ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต ผมก็ไม่คิดว่ามันจะน่าเป็นห่วงนัก อีกอย่างนึง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ คงต้องบอกให้ผมรีบไปมากกว่าจะเลิกนัดอย่างนี้แน่
พอหันหน้ากลับมองร่างทำท่าทางไร้วิญญานไม่รับรู้อะไรกับสิ่งรอบตัว ผมก็ต้องส่ายหน้าแรงๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังเพื่อเรียกให้เขารู้สึกตัว
"จุนโฮ วันนี้คงไปเจอเพื่อนฉันไม่ได้แล้ว ยังไงฉันกลับไปส่งนายที่ห้องแล้วกัน"
ดูท่าคำพูดผมจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอีกฝ่าย เขาอาจจะกำลังช๊อคอยู่ที่ผมพูดอะไรแรงๆออกไปก็ได้ แต่แล้วยังไง? ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริงที่เขาเอาแต่ร้องไห้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน ทำตัวเป็นของตายให้ไอ้ระยำนั่นมันทิ้งขว้าง
จุนโฮยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาหลบสายตาผมต่อไป จะว่าไปผมก็ชินเสียแล้วที่จุนโฮไม่เคยคิดจะสบตามองผมตรงๆสักครั้ง การกระทำของเขามันตอกย้ำผมตลอดว่า จุนโฮไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา
ทว่าผมก็ยังหัวเราะไปกับมัน หัวเราะให้กับบ้าของตัวเองที่ยังยอมทน ให้เขาตอกลิ่มทิ่มแทงผมที่หัวใจซ้ำๆได้ทุกครั้ง
ผมหยิบเอาหมวกกันน๊อคมาสวมให้เขาดังเดิม จุนโฮยังคงนิ่งเฉยไร้การตอบสนองเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิตจิตใจ มันเป็น เพราะผมที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้? หรือมันเป็นเพราะหมอนั่นกัน?
ผมออกรถวนกลับไปอย่างช้าๆ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากจุนโฮเหมือนเดิม เขาทิ้งมือสองข้างลงไม่ยอมจับเสื้อผม บางทีเขาคงจะรู้สึกรังเกียจผมขึ้นมาก็เป็นได้ แต่ยังไงผมใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้บังคับแฮนด์ดึงมือเขาขึ้นมาข้างนึงให้โอบเอวไว้อยู่ดี ยังไงผมก็ไม่อยากเสี่ยงให้อะไรอันตรายๆเกิดขึ้น
สายตาผมพลางจ้องมองไปข้างหน้าผ่านหน้ากากของหมวกกันน๊อคไปด้วย ฟิลม์ที่กั้นอยู่ทำให้แสงไฟสว่างข้างถนนมันดูมืดมิดไปทันตา มันช่างเหมาะกับความรู้สึกผมตอนนี้เสียจริง ผมเดาว่าจุนโฮเองก็อาจรู้สึกไม่ต่างกันนัก
ฝ่ามือที่สวมถุงมือหนังพยายามกอบกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ทว่าสัมผัสและความรู้สึกที่ผมพยายามจะส่งให้อีกฝ่ายให้ได้รู้สึกอุ่นขึ้นสักนิด ไม่ว่ายังไง จนแล้วจนรอดมันก็ยังคงมีอะไรมาขวางกั้นเอาไว้
จุนโฮไม่เคยรู้สึก และไม่เคยคิดที่จะรู้สึกถึงมันสักครั้ง แต่ผมก็ไม่เคยโกรธหรือโทษเขาหรอก มันไม่ใช่ความผิดของจุนโฮที่ไม่เคยรักผมตอบ
ถ้าจะผิด
ก็ผิดที่ผมไปรักเขาตั้งแต่แรกเอง
การทุ่มเทให้คนที่คุณรักทุกอย่างมันไม่ได้เป็นเรื่องแย่ ตราบใดที่คุณยังมีความสุขอยู่กับการให้แม้จะไม่ได้รับอะไรตอบแทน แต่มันจะกลายเป็นเรื่องโง่เง่าขึ้นมาทันทีเมื่อคนที่คุณให้เขาจนหมดหัวใจ แท้จริงแล้วไม่สมควรได้รับความรักนั้นเลย
ความรัก แท้จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่มีค่า หรือเป็นสิ่งที่สูญเปล่ากันแน่ ผมเองก็ไม่อาจทราบได้
ถ้ามันเป็นสิ่งทีสูญเปล่า ผมก็หวังว่าวันนึงทั้งผมและเขาจะรู้สึกตัวก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป และไม่มีใครหลงเหลืออะไรอีก
'รักเพราะรัก'
จุนโฮยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาหลบสายตาผมต่อไป จะว่าไปผมก็ชินเสียแล้วที่จุนโฮไม่เคยคิดจะสบตามองผมตรงๆสักครั้ง การกระทำของเขามันตอกย้ำผมตลอดว่า จุนโฮไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา
ทว่าผมก็ยังหัวเราะไปกับมัน หัวเราะให้กับบ้าของตัวเองที่ยังยอมทน ให้เขาตอกลิ่มทิ่มแทงผมที่หัวใจซ้ำๆได้ทุกครั้ง
ผมหยิบเอาหมวกกันน๊อคมาสวมให้เขาดังเดิม จุนโฮยังคงนิ่งเฉยไร้การตอบสนองเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิตจิตใจ มันเป็น เพราะผมที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้? หรือมันเป็นเพราะหมอนั่นกัน?
ผมออกรถวนกลับไปอย่างช้าๆ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากจุนโฮเหมือนเดิม เขาทิ้งมือสองข้างลงไม่ยอมจับเสื้อผม บางทีเขาคงจะรู้สึกรังเกียจผมขึ้นมาก็เป็นได้ แต่ยังไงผมใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้บังคับแฮนด์ดึงมือเขาขึ้นมาข้างนึงให้โอบเอวไว้อยู่ดี ยังไงผมก็ไม่อยากเสี่ยงให้อะไรอันตรายๆเกิดขึ้น
สายตาผมพลางจ้องมองไปข้างหน้าผ่านหน้ากากของหมวกกันน๊อคไปด้วย ฟิลม์ที่กั้นอยู่ทำให้แสงไฟสว่างข้างถนนมันดูมืดมิดไปทันตา มันช่างเหมาะกับความรู้สึกผมตอนนี้เสียจริง ผมเดาว่าจุนโฮเองก็อาจรู้สึกไม่ต่างกันนัก
ฝ่ามือที่สวมถุงมือหนังพยายามกอบกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ทว่าสัมผัสและความรู้สึกที่ผมพยายามจะส่งให้อีกฝ่ายให้ได้รู้สึกอุ่นขึ้นสักนิด ไม่ว่ายังไง จนแล้วจนรอดมันก็ยังคงมีอะไรมาขวางกั้นเอาไว้
จุนโฮไม่เคยรู้สึก และไม่เคยคิดที่จะรู้สึกถึงมันสักครั้ง แต่ผมก็ไม่เคยโกรธหรือโทษเขาหรอก มันไม่ใช่ความผิดของจุนโฮที่ไม่เคยรักผมตอบ
ถ้าจะผิด
ก็ผิดที่ผมไปรักเขาตั้งแต่แรกเอง
การทุ่มเทให้คนที่คุณรักทุกอย่างมันไม่ได้เป็นเรื่องแย่ ตราบใดที่คุณยังมีความสุขอยู่กับการให้แม้จะไม่ได้รับอะไรตอบแทน แต่มันจะกลายเป็นเรื่องโง่เง่าขึ้นมาทันทีเมื่อคนที่คุณให้เขาจนหมดหัวใจ แท้จริงแล้วไม่สมควรได้รับความรักนั้นเลย
ความรัก แท้จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่มีค่า หรือเป็นสิ่งที่สูญเปล่ากันแน่ ผมเองก็ไม่อาจทราบได้
ถ้ามันเป็นสิ่งทีสูญเปล่า ผมก็หวังว่าวันนึงทั้งผมและเขาจะรู้สึกตัวก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป และไม่มีใครหลงเหลืออะไรอีก
'รักเพราะรัก'
เหตุผลที่ฟังกี่ทีก็น่าขำ เพราะผมดันเข้าใจมันอย่างดีจนน่าเจ็บใจ
TBC
..........................................

ปรางอยากบอกว่าชอบตอนนี้มากๆค่ะ >.< ชอบทั้งเรื่องความคิดของดูจุน การใช้คำบางคำ มันทำให้เรื่องดูอบอุ่นแต่ก็ดาร์ค(งงมั้ย 555)
อ่านๆไปแล้วก็รู้สึกเหมือนโดนตอกลิ่มทิ่มแทงเหมือนที่ดูจุนโดน - -"
แต่ตราบใดที่เขายังจมปลักอยู่ในห้วงความมืดนั่น ผมก็ยังไม่อยากจะทิ้งเขาออกไปค้นหาแสงสว่างเพียงคนเดียวเหมือนกัน
แม่เจ้า...ประโยคนี้มันเจ็บได้อีก
ความจริงดูจุนจะไปมีชีวิตใหม่ก็ได้ แต่ก็ยังเลือกที่จะอยู่กับจุนโฮ ยังต้องฟังเสียงชานนูนอเค้าอะไรๆกันในห้องข้างๆ - -" เก่งจริงพ่อคุณ ความอดทนเป็นเลิศมาก
บางทีสาเหตุที่ดูจุนยังไม่ทิ้งจุนโฮไปไหน คงเป็นเพราะดูจุน "เข้าใจ" ความรู้สึกของจุนโฮดี
เหมือนมันก็เจ็บกันทั้งคู่ คนเจ็บเข้าใจคนเจ็บ แต่กลับหาเส้นทางมาบรรจบกันไม่ได้... โอ๊ยยย (ปวดตับเวลาคิดแบบนี้แหล่ะค่ะ)
ฮื่ออออ อยากอ่านต่อ T^T
#1 By Palmira on 2011-09-25 09:40