(Fic-TaecJay) SEVEN: Part 01
posted on 12 Apr 2011 03:34 by psychoromance in taecjayTitle: Seven (Possesion)
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: TaecxJay
Rate: NC
Genre: angst, drama
Author: Psychoromance (Yochan)
Paring: TaecxJay
Rate: NC
Genre: angst, drama
MINE
I wonder if you know the pain,
to want the one thing that you haven't got?
to want the one thing that you haven't got?
เจ้าของผิวขาวซีดนอนหลับตาอย่างกระวนกระวายอยู่บนเตียงนอนสีแดงสด ดูๆไปแล้วก็เหมือนกับหิมะที่หลงมาตกอยู่กลางกองเลือดยังไงอย่างงั้น สวย ทว่ามันก็น่าหวาดหวั่นอย่างน่าประหลาด
ผมจ้องมองร่างบนเตียงนั่นอีกครั้ง เป็นครั้งที่ร้อยของวันที่คิดทบทวนด้วยคำถามเดิมอยู่ซ้ำๆ และแล้วคำตอบที่กลั่นจากสมองทื่อๆนี่ออกมาได้ก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง
'He's mine...'
แขนซ้ายยกแก้วจิบไวน์แดงอึกสุดท้าย ของเหลวร้อนไหลวาบผ่านลำคอ ลงสู่ทรวงอก ความร้อนแล่นปราดต่อเนื่องไปสู่ท้องน้อย และส่วนที่ ต่ำกว่านั้น ผมหลับตา เลิกทบทวนครั้งที่ร้อยเอ็ด เอื้อมมือไปวางแก้วไวน์ที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะปลดกางเกงยีนส์สีมอซอออกไปกองบนพื้นที่ปูพรมเขรอะๆ
ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าอวัยวะเบื้องล่างกำลังตื่นตัวเต็มที่ ผิดกับเจ้าของใบหน้าขาวและริมฝีปากแดง ที่ยังเอาแต่หลับอยู่บนเตียงเพราะฤทธิ์ยา ไม่ต้องห่วง ผมจะปลุกเขาเอง แต่เขาจะจำช่วงที่ลืมตาตื่นขึ้นมาได้หรือเปล่านั่นอีกเรื่อง
"เจย์"
ผมกระซิบตรงใบหูรูปทรงเหมือนเอลฟ์ เขาส่งเสียงงึมงัม ทว่าก็ยังไม่ยอมลืมตาเฉี่ยวๆคู่นั้น ช่วยไม่ได้ ผมคงต้องทำมากกว่านี้เพื่อให้เขาตื่นขึ้น
เสื้อกล้ามสีขาวถูกถอดออกจากตัวอย่างง่ายดาย เหมือนกับกางเกงยีนส์ราคาแพงหูฉี่ที่ถูกโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี แน่นอนว่าปราการสิ่งสุดท้ายที่ปกปิดร่างกายปาร์คแจบอม ก็ถูกถอดออกหมดไม่มีเหลือ
เจย์เริ่มนอนขดตัว คงเพราะลมจากเครื่องปรับอากาศเก่าๆเป่าอยู่เหนือหัว "เดี๋ยวฉันจะทำให้นายอุ่นขึ้นเอง" ผมกระซิบที่ใบหูแหลมๆอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงฝังริมฝีปากแห้งๆสากๆลงที่ซอกคอ เขาคงจักจี้น่าดู
มันได้ผลเกินคาด เขาลืมตาตื่นขึ้นแม้จะยังสลึมสลืออยู่ ผมจึงฉีกยิ้ม เตรียมหยิบน้ำอีกแก้วที่เตรียมไว้ให้เขาดื่ม เจย์ว่าง่าย ดื่มมันลงคออย่างกระหืดกระหาย คงเพราะฤทธิ์ยาอีกนั่นแหละ และหลังจากที่ดื่มน้ำแก้วนั้นไม่นาน เจ้าของผิวขาวซีดก็กระวนกระวายมากกว่าเดิม อุณหภูมิร่างกายเขาร้อนขึ้นจนรู้สึกได้ ตอนนี้เขาคงไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไปแล้ว
"ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้"
ผมเอ่ยขึ้น เจย์ไม่รับรู้ ได้แต่ทำหน้าตามึนงง สายตาเหม่อมองสะเปะสะปะ เม็ดเหงื่อเริ่มซึมตามใบหน้าสวย ริมฝีปากแดงพึมพัมไม่ได้ศัพท์ ผมหยุดมันด้วยจุมพิศที่จู่โจมรวดเร็ว และรุกเร้ารุนแรง เจย์ได้แต่โต้ตอบเงอะๆเงิ่นๆ ผมกดให้เขานอนราบไปกับเตียงสีแดงไปด้วย ฝ่ามือคอยลูบไล้ไปตามแผ่นอกที่เฟิร์มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ลากสัมผัสไปทั่วจนมาถึงหน้าท้อง และ ส่วนกึ่งกลางร่างกายนั้น ผมปลุกกระตุ้นให้มันตื่น เฉกเช่นเดียวกัน
"อะ อา..."
ริมฝีปากแดงเผยอ เผยให้เห็นแนวฟันกระต่ายขาวๆ มองแล้วช่างดูน่ารักจนแทบทำให้คลั่ง ผมต้องก้มลงฝากจุมพิศอีกครั้ง ให้รู้สึกถึงความนุ่มนิ่ม ความหวาน รวมถึงรสชาติของยาที่ติดลิ้นข้างในที่ขม แต่ก็อร่อย
ผมผละใบหน้าออก เจย์มองผมเหมือนไม่ได้มอง ผิดกับผมที่ได้แต่มองเขาตลอดมา มันไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหม? ผมถึงได้กำลังเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองอยู่นี่ไงล่ะ
"ฉันรักนายนะเจย์ แต่นายเอาแต่คิดว่าฉันเป็นเพื่อนโง่เง่าที่เอาแต่ตามนายต้อยๆ"
เจย์ได้แต่ส่งเสียงคราง อวัยวะที่ถูกกระตุ้นมันรุ่มร้อนเต็มที่ พร้อมจะปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมา
"ฉันปล่อยให้นายห่างไกลจากฉันมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วรู้ไหม มันทำให้ฉันทรมานแทบบ้า"
ผมเอ่ยต่อ แน่นอนว่าเจย์ไม่เคยรับรู้หรอก เขายังคิดว่าผมเป็นเพื่อนรักที่ภักดีกับเขาไม่เปลี่ยนแปลง เจย์ก็อย่างนี้ หากไว้ใจใครคนใดคนนึง ก็จะไว้ใจจนไม่รับรู้อะไรที่มันเริ่มผิดปกติเลยสักอย่าง
"เพราะงั้นฉันต้องทำให้มันจบ จะว่าฉันเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ ฉันรักนาย มากเกินไปนั่นแหละ"
ผมเลิกพูดพร่ำเพ้อ เลิกขยับฝ่ามือที่กอบกุมส่วนที่ร้อนนั่นด้วย แต่กลับจับแยกขาทั้งสองข้างของเขาออกจากกันแทน จับให้ขาเล็กนั่นเกี่ยวรอบเอวผมไว้ ใช้ของเหลวที่เปรอะมือชโลมไปที่อวัยวะของตัวเองเสียหน่อย ก่อนจะจ่อมันไว้ที่ช่องทางด้านหลังของเขา
เจย์ทำสีหน้าวิงวอน แต่ผมไม่รู้หรอกว่าเขากำลังวิงวอนเรื่องอะไร...
In the depth of the night,
Can you feel me inside?
I wish that you could just see...
ผมดันแทรกกายเข้าไป เจย์ส่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บ รู้สึกสงสารเขาจับใจ แต่ถ้าไม่ทิ้งความเจ็บปวดไว้เลยทุกสิ่งที่ทำมามันก็จะไร้ประโยชน์ ผมจำเป็นต้องปล่อยให้มีสัมผัสตกค้างไว้กับเขาให้มากที่สุด ไม่ว่าจะความเจ็บปวดนี่ ร่องรอยแดงตามเนื้อตัว หรือแม้แต่ความสุขสมที่ผมจะมอบให้เขาหลังจากนี้ด้วย
เจย์จะต้องนึกถึงมัน สัมผัสพวกนี้จะตามไปหลอกหลอนเขาจนวันตาย และเขาจะไม่มีวันห่างจากผมไปไหนได้อีก
.
.
ร่างเราสองคนหลอมรวมเป็นหนึ่งบนเตียงนอนสีแดงนั่น ผมขยับกายเข้าออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า กอดรัดเขาแน่น จูบเขาซ้ำๆ ปลดปล่อยน้ำรักในร่างกายเขาไม่ต่ำกว่าสามครั้ง แต่เจย์ดูท่าจะไม่ยอมหมดเรี่ยวแรงง่ายๆ คงเพราะฤทธิ์ยาเหมือนเดิม ผมจึงได้แต่ปรนเปรอความสุขสมให้จนกว่าเขาจะพอใจ
.
.
และแล้วเขาก็หลับไปในการร่วมรักครั้งที่ห้า ผมเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ก็ฝืนตัวเองเดินไปหยิบกล้องที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงกลับมา บรรจงถ่ายรูปเจ้าของร่างที่หลับใหลไม่รู้เรื่องราวรูปแล้วรูปเล่า ถ่ายทุกสิ่งทุกอย่างบนร่างกายเปลือยเปล่าของเขา
ท้ายที่สุดแล้ว หิมะสีขาวสะอาดบนกองเลือดสีแดงสด บัดนี้มันก็เปรอะไปด้วยหยดเลือดสีแดงเช่นกัน...
.
.
.
..................................
ผมขับรถพาร่างเจย์ที่ยังสลึมสลือไม่ได้สติมาที่คอนโดของเขา ปล่อยเขาลงจากรถให้เดินไปคนเดียวโดยที่ก็ยังคอยมองอยู่ห่างๆ น่าทึ่งที่เขาสามารถพาตัวเองขึ้นลิฟท์ไปได้ คงเพราะความเคยชิน ผมยังตามเขาไปจนกระทั่งแน่ใจว่าเจย์กลับเข้าไปอยู่ในห้องของตนเองแล้ว หลังจากนั้นก็รอเวลาให้เขามีสติกลับมาดังเดิมเท่านั้น อีกไม่นานเกินรอ ทุกอย่างก็จะเสร็จสิ้น
.
.
ผมนั่งรอนอนรออยู่ในรถของตัวเอง รอจนเช้า รอจนบ่ายคล้อย วิทยุคลื่นที่เปิดประจำเล่นแต่เพลงเวสเทิร์นเก่าๆ ผมร้องตามได้บ้างไม่ได้บ้าง เพลงที่ร้องได้ มันทำให้ผมนึกถึงตัวเองอยู่เหมือนกัน
"Through this world I’ve stumbled
So many times betrayed
Trying to find an honest word
To find the truth enslaved
Oh you speak to me in riddles and
You speak to me in rhymes
My body aches to breathe your breath
You words keep me alive
And I would be the one
To hold you down
Kiss you so hard
I’ll take your breath away
And after I’d wipe away the tears
Just close your eyes dear"
.
.
และในที่สุด เวลาทุ่มตรง JAY PARK ก็โทรศัพท์เข้ามาหาผม ผมกดรับมัน
'แทค แทคยอน มันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับฉันแน่ๆ...'
เจย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน กระวนกระวาย ผมรู้ดีว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง "มีอะไรเหรอ?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ
'ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่สภาพฉันตอนนี้มันแย่มากแทค นี่นายอยู่ไหน?'
เขาดูเหมือนยังปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ เจย์ก็เป็นอย่างนี้ ไม่ค่อยจะเฉลียวใจอะไรง่ายๆหรอก
"อยู่บ้าน จะให้ไปหาไหม? เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปหานายดีกว่า แล้วเราค่อยคุยกัน นายรออยู่นั่นนะ"
ผมยังทำตัวเป็นเพื่อนที่แสนดีอย่างที่เป็นมาตลอด และคิดว่าจะเป็นตลอดไปด้วย
'ฉันจะรอ... ขอบใจนะแทคยอน...'
คำพูดของเจย์ทำให้รู้ว่าเขายังไว้ใจผมเหมือนเดิม เป็นสัญญานบ่งบอกที่ดี เพราะอะไรจากนี้คงง่ายขึ้นกว่าเดิม
ผมนั่งรอในรถอีกยี่สิบนาที ค่อยขึ้นไปหาเขา ต้องทำทุกอย่างอย่างใจเย็นและปกติที่สุด เมื่อเจย์เปิดประตูห้องออกมาเห็นผม เขาไม่เข้ามาโผกอดอย่างที่หวังไว้ จริงๆผมก็รู้อยู่แล้วว่าเจย์ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ แต่ก็แค่ลองหวังดูเท่านั้นเอง
"แทค... ฉัน..."
"มีอะไร เล่ามาสิเจย์"
ผมเอ่ยพลางยื่นซองสีน้ำตาลซองหนึ่งออกไปให้ "ฉันเจออยู่ที่ตู้ไปรษณีย์ของนายข้างล่างน่ะ" เจย์รับมันด้วยมือที่สั่นเทิ้ม
"นี่อะไร?"
"ไม่รู้ แกะดูสิ"
เขาแกะมันออกด้วยสีหน้าหวาดหวั่น และแค่เห็นของข้างในเท่านั้นแหละ เขาก็ทรุดลงกับพื้น จริงๆที่เขายังยืนอยู่ได้ก่อนหน้านี้ผมว่าก็แปลกเต็มทีแล้ว
"เจย์!"
ผมวิ่งไปพยุงเขา รีบหยิบของในซองออกมาดู มันเป็นรูปใบหนึ่ง ที่ผมถ่ายเองกับมือ
เจย์ทำปากพะงาบๆ เหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น แต่ทุกอย่างมันก็ตอกย้ำในตัวของมันอยู่แล้ว ทั้งสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแดง ทั้งความเจ็บที่ช่องทางด้านหลังนั่น ผมว่าเจย์เองก็รู้ตัวดีนั่นแหละ
"แทค มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน... แทค..."
เขาเอ่ยซ้ำๆเหมือนคนไม่ได้สติ ผมดึงร่างเจย์มากอดไว้แนบอก เขาร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องมาก่อน เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปีที่รู้จักกันมาเลยก็ว่าได้ ที่ปาร์คแจบอมร้องไห้ออกมาให้เห็น
เจย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน กระวนกระวาย ผมรู้ดีว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง "มีอะไรเหรอ?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ
'ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่สภาพฉันตอนนี้มันแย่มากแทค นี่นายอยู่ไหน?'
เขาดูเหมือนยังปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ เจย์ก็เป็นอย่างนี้ ไม่ค่อยจะเฉลียวใจอะไรง่ายๆหรอก
"อยู่บ้าน จะให้ไปหาไหม? เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปหานายดีกว่า แล้วเราค่อยคุยกัน นายรออยู่นั่นนะ"
ผมยังทำตัวเป็นเพื่อนที่แสนดีอย่างที่เป็นมาตลอด และคิดว่าจะเป็นตลอดไปด้วย
'ฉันจะรอ... ขอบใจนะแทคยอน...'
คำพูดของเจย์ทำให้รู้ว่าเขายังไว้ใจผมเหมือนเดิม เป็นสัญญานบ่งบอกที่ดี เพราะอะไรจากนี้คงง่ายขึ้นกว่าเดิม
ผมนั่งรอในรถอีกยี่สิบนาที ค่อยขึ้นไปหาเขา ต้องทำทุกอย่างอย่างใจเย็นและปกติที่สุด เมื่อเจย์เปิดประตูห้องออกมาเห็นผม เขาไม่เข้ามาโผกอดอย่างที่หวังไว้ จริงๆผมก็รู้อยู่แล้วว่าเจย์ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ แต่ก็แค่ลองหวังดูเท่านั้นเอง
"แทค... ฉัน..."
"มีอะไร เล่ามาสิเจย์"
ผมเอ่ยพลางยื่นซองสีน้ำตาลซองหนึ่งออกไปให้ "ฉันเจออยู่ที่ตู้ไปรษณีย์ของนายข้างล่างน่ะ" เจย์รับมันด้วยมือที่สั่นเทิ้ม
"นี่อะไร?"
"ไม่รู้ แกะดูสิ"
เขาแกะมันออกด้วยสีหน้าหวาดหวั่น และแค่เห็นของข้างในเท่านั้นแหละ เขาก็ทรุดลงกับพื้น จริงๆที่เขายังยืนอยู่ได้ก่อนหน้านี้ผมว่าก็แปลกเต็มทีแล้ว
"เจย์!"
ผมวิ่งไปพยุงเขา รีบหยิบของในซองออกมาดู มันเป็นรูปใบหนึ่ง ที่ผมถ่ายเองกับมือ
เจย์ทำปากพะงาบๆ เหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น แต่ทุกอย่างมันก็ตอกย้ำในตัวของมันอยู่แล้ว ทั้งสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแดง ทั้งความเจ็บที่ช่องทางด้านหลังนั่น ผมว่าเจย์เองก็รู้ตัวดีนั่นแหละ
"แทค มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน... แทค..."
เขาเอ่ยซ้ำๆเหมือนคนไม่ได้สติ ผมดึงร่างเจย์มากอดไว้แนบอก เขาร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องมาก่อน เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปีที่รู้จักกันมาเลยก็ว่าได้ ที่ปาร์คแจบอมร้องไห้ออกมาให้เห็น
ผมอึ้งไปนิดหน่อย เพราะน้ำตาที่หยดลงที่อกผม มันกัดกร่อนผมได้มากกว่าที่คิด แต่ละหยดที่กระทบลงมา มันเหมือนค้อนหนักๆที่ทุบให้รู้สึก เจ็บปวด
แต่ผมรู้ตัวดี ว่าไม่สามารถถอยกลับไปได้อีกแล้ว...
"มันจะไม่เป็นอะไรเจย์"
ผมบอกพลางกอดร่างตรงหน้าเอาไว้แน่นเสียสุดแรง...
.
.
TBC.
Tags: jay, taec, taecboem, taecxjay, taecyoenxjaeboem12 Comments

*กระพริบตาปริบๆ*
อ่านฟิคพี่แซนทีไรมันได้อารมณ์นี้ทุกที TT^TT ..แต่ก็ชอบนะคะ มันทั้งอึ้ง ตะลึง ...และมึงกล้ามากอิแทค
คือ.. โอยยยยย นี่ไม่ใช่ดราม่าธรรมดาแล้วค่ะ ต้องเรียกดราม๊าดราม่า เพราะลองคิดถึงความรู้สึกของเจย์ตอนนี้ ..และหลังจากนี้ถ้ารู้ว่าทั้งหมดแทคเป็นคนทำ
โอยยยยยยยย *ทึ้งหัว* จะบ้าตายยยยยยยยยยย
คือคนละอารมณืกับคุณวูจริงๆค่ะพี่แซน คนละอารมณืแบบสุดขั้วกันไปเลยอ่ะ ...แต่ดูแล้วทุกๆคนจะมีปมเป็นของตัวเอง T^T *สำลักมาม่า*
สุดท้าย ...สงสารเจย์โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย *วิ่งไปกระชากปาร์ค แจบอมมากอด*
#1 By LoveMe[จ้าง500ไปบอกน้องโฮให้เลิกเด้งก้นที] on 2011-04-12 20:45